ข่าวบรรยากาศ
TRIBUTE
นาทีที่สโมสรก้มหัวให้ "คิงเควิน" นิวคาสเซิลและลิเวอร์พูลร่วมไว้อาลัยตำนานของทั้งสองฟากฝั่ง
ก่อนเกมใหญ่ที่เซนต์เจมส์พาร์ค ทุกคนหยุดนิ่งเพื่อชายผู้เป็นทั้งไอคอนของสาลิกาดงและหงส์แดง พร้อมคำขอบคุณจากครอบครัวที่ซาบซึ้งจนพูดไม่ออก
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
บรรยากาศแบบนี้แหละที่ทำให้ฟุตบอลมันยิ่งใหญ่เกินกว่าแค่เกมลูกหนัง บ่ายวันอาทิตย์ที่เซนต์เจมส์พาร์ค ไม่ได้มีเพียงแค่สามแต้มของนิวคาสเซิลกับลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่มันคือช่วงเวลาที่ทั้งสองสโมสรพร้อมใจกันหยุดทุกอย่าง เพื่อส่งเควิน คีแกน ตำนานผู้ล่วงลับเป็นครั้งสุดท้ายในบ้านของเขาเอง
ก่อนคิกออฟ ภาพไว้อาลัยของคีแกนถูกเปิดขึ้นบนจอยักษ์ ท่ามกลางความเงียบสงัดของแฟนบอลทั้งสองทีมที่พร้อมใจกันปรบมือเป็นจังหวะ ไม่มีเสียงโห่ ไม่มีเสียงเย้ยหยัน มีเพียงความเคารพอย่างสุดหัวใจต่อชายคนหนึ่งที่เคยทำให้ทั้งสองสโมสรนี้มีความหมายในแบบที่ต่างกัน แต่ลึกซึ้งพอๆ กัน
สำหรับแฟนนิวคาสเซิล คีแกนไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีม เขาคือแรงบันดาลใจที่พาทีมจากก้นเหวกลับมาเป็นทีมที่น่ากลัวในยุค 90 สไตล์ฟุตบอลบุกแหลกของเขาคือตัวตนของสาลิกาดงที่แฟนๆ ยังพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ ส่วนทางฝั่งลิเวอร์พูล คีแกนคือกัปตันทีมในตำนานที่พาหงส์แดงคว้าแชมป์ลีกและยูโรเปี้ยนคัพ ก่อนจะย้ายไปฮัมบูร์กแบบที่แฟนๆ ยังเสียดายไม่หาย
รายงานจาก Mirror Football ระบุว่า ครอบครัวของคีแกนได้ส่งข้อความขอบคุณถึงทั้งสองสโมสรที่ให้เกียรติและจัดพิธีไว้อาลัยอย่างอบอุ่น ซึ่งมันไม่ใช่แค่พิธีการ แต่คือการยอมรับว่าชายคนนี้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองยักษ์ใหญ่ของอังกฤษได้จริงๆ ในแบบที่ไม่มีใครทำได้เหมือน
ประเด็นที่ผมอยากชี้คือ การที่นิวคาสเซิลและลิเวอร์พูลร่วมไว้อาลัยให้คีแกนพร้อมกันในนัดนี้ มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างที่ลึกไปกว่านั้น นี่คือการยอมรับร่วมกันว่าอดีตคือรากฐานของปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมไหน หรือยุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ตำนานแบบคีแกนไม่เคยจางหายจากความทรงจำของใครทั้งนั้น
มันเป็นภาพที่สวยงามและทรงพลังในเวลาเดียวกัน ที่แฟนบอลหลายหมื่นคนในสนามพร้อมใจกันปรบมือให้กับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของสโมสรใดสโมสรหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษในยุคทองที่แท้จริง
ฟุตบอลมันก็แบบนี้แหละ มีทั้งแพ้ ชนะ และการจากลา แต่สิ่งที่คีแกนทิ้งไว้ให้ทั้งสองสโมสรมันไม่มีวันตาย นาทีไว้อาลัยครั้งนี้อาจจะจบลง แต่ตำนานของเขาจะถูกเล่าขานไปอีกหลายชั่วอายุคน และนั่นแหละคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วยแชมป์ใดๆ ทั้งสิ้น
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...