อัปเดตย้ายทีม
TRANSFER NEWS
สิ้นยุคโรดรี้! มาเรสก้าเปิดใจ แมนซิตี้ต้องเสาะหา "โรดรี้คนใหม่" ให้เจอ
กุนซือเรือใบสีฟ้ายอมรับความจริง หลังปล่อยกัปตันทีมชาติสเปนให้บาร์เซโลน่า พร้อมชี้ภารกิจใหญ่ที่สุดในตลาดซัมเมอร์นี้คือการหาคนมาแทนตำนานที่ไม่มีวันลืม
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เออนโซ มาเรสก้า เพิ่งออกมาพูดตรงๆ ไม่มีเลี่ยง ไม่มีพลิกลิ้น ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะต้อง "พยายามหาโรดรี้คนใหม่" ให้ได้ หลังกัปตันทีมชาติสเปนตัดสินใจอำลาถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า แชมป์ลาลีกา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ฟังเผินๆ มันคือประโยคธรรมดาๆ ที่กุนซือคนไหนก็พูด แต่ถ้าใครตามบอลจริงจะรู้ว่านี่คือการยอมรับความจริงที่โหดร้ายที่สุดของแมนซิตี้ในรอบทศวรรษ โรดรี้ไม่ใช่แค่กองกลางตัวรับคนหนึ่ง แต่เขาคือหัวใจของระบบทั้งหมด คือเกียร์ตัวกลางที่ทำให้เครื่องจักรของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า หมุนได้อย่างราบรื่นมาตลอดหลายปี
ข่าวนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของมาเรสก้าที่ถูกเผยแพร่โดย BBC Sport ซึ่งเขาพูดถึงสถานการณ์ของทีมหลังการจากไปของโรดรี้ โดยยอมรับว่าการหาคนมาแทนที่นักเตะระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และมันคือโจทย์ที่ท้าทายที่สุดของเขาในฐานะผู้จัดการทีมคนใหม่ของเรือใบสีฟ้า
หลายคนอาจจะมองว่ามาเรสก้าเพิ่งจะคุมทีมได้ไม่นาน แล้วมาพูดแบบนี้ดูเหมือนเป็นการส่งสัญญาณยอมแพ้หรือเปล่า? แต่ผมกลับมองว่านี่คือความฉลาดในการบริหารจัดการความคาดหวังต่างหาก เพราะการที่เขาพูดออกมาก่อนแบบนี้ จะช่วยลดแรงกดดันจากแฟนบอลและสื่อได้เยอะ เมื่อฤดูกาลหน้าทีมอาจจะสะดุดบ้างในช่วงแรกๆ
ทำไมโรดรี้ถึงสำคัญขนาดนั้น?
เขาไม่ใช่แค่กองกลางที่คอยตัดเกม แต่คือคนที่คอยกำหนดจังหวะเกมรุก เปลี่ยนทิศทางการเล่น และเป็นเกราะป้องกันแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกตอนนี้ การเสียเขาไปเทียบเท่ากับการเสียทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เสียผู้เล่นหนึ่งคน
ภารกิจของมาเรสก้า
การหาคนมาแทนที่ใครสักคนที่ทำผลงานได้ในระดับบัลลงดอร์นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เขาทำได้คือการปรับโครงสร้างทีมใหม่ ให้ระบบไม่ต้องพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป นี่คืองานที่ยากกว่าการซื้อนักเตะแพงๆ อีก
ตลาดซื้อขายนักเตะตอนนี้มีตัวเลือกที่พอจะทดแทนโรดรี้ได้จริงๆ อยู่ไม่กี่คน และแต่ละคนก็ค่าตัวมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นบรูโน่ กิมาไรส์ จากนิวคาสเซิล หรือมาร์ติน ซูบิเมนดี้ จากเรอัล โซเซียดาด แต่คำถามคือพวกเขาจะปรับตัวเข้ากับบอลสไตล์ของแมนซิตี้ได้ทันทีหรือไม่? เพราะโรดรี้ไม่ได้เก่งแค่เรื่องแย่งบอล แต่เก่งเรื่องการวางบอลยาวเปลี่ยนเกม และการยืนตำแหน่งที่ชาญฉลาดจนน่าขัน
อีกมุมหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องของ "ความเป็นผู้นำ" ในห้องแต่งตัว โรดรี้คือเสียงที่ทุกคนฟัง คือคนที่คอยดุคอยสั่งเพื่อนร่วมทีมในสนาม การจากไปของเขาทำให้แมนซิตี้สูญเสียทั้งนักเตะและผู้นำในเวลาเดียวกัน ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน
ฤดูกาลหน้าที่รออยู่ข้างหน้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแมนซิตี้ พวกเขาจะต้องเจอกับทีมที่แข็งแกร่งขึ้นในพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็นอาร์เซน่อล ลิเวอร์พูล หรือแม้แต่เชลซีที่เพิ่งเสริมทัพหนักๆ การไม่มีโรดรี้ยืนบัญชาการอยู่ตรงกลางสนาม จะทำให้เกมรับของพวกเขาเสียสมดุลไปอย่างมาก โดยเฉพาะในเกมใหญ่ๆ ที่ต้องเจอกับการโต้กลับที่รวดเร็ว
แต่อย่าลืมว่ามาเรสก้าคือลูกหม้อของสไตล์ฟุตบอลแบบกวาร์ดิโอล่า เขาเรียนรู้มาจากต้นตำรับโดยตรง และตอนที่เขาคุมเลสเตอร์ ทำผลงานได้น่าประทับใจมากกับการเล่นบอลครอง possession สูงๆ ดังนั้นถ้าใครจะกู้วิกฤตครั้งนี้ได้ ผมว่าก็ต้องเป็นเขาคนนี้แหละ แต่จะสำเร็จหรือไม่ ต้องใช้เวลาพิสูจน์
ฟังนะ ทุกคนรู้ว่าโรดรี้คือตำนานที่หาคนแทนยาก แต่ในโลกฟุตบอลไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินทีม มาเรสก้าพูดถูกที่ต้องหา "โรดรี้คนใหม่" แต่คำถามคือเขาจะกล้าพอที่จะเปลี่ยนระบบทั้งหมดเพื่ออนาคต หรือจะพยายามไล่ตามเงาของอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน? นี่แหละคือบทพิสูจน์ตัวจริงของกุนซือคนนี้
ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...