ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
เด แซร์บี ฟันธง! ทุกทีมอยาก “ฆ่า” สเปอร์ส แต่คนไม่รักที่เราจะเก่งขึ้น
นายใหญ่สเปอร์สไม่แคร์เสียงวิจารณ์เรื่องทุ่มเงินเกิน 300 ล้านปอนด์ ชี้คนทั้งลีกอิจฉาที่ทีมกำลังจะแกร่งเกินหน้า
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอาละสิ เพื่อนๆ ฤดูกาลใหม่ยังไม่ทันเริ่ม สเปอร์สก็กลายเป็นวายร้ายของพรีเมียร์ลีกไปแล้วเรียบร้อย โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือจอมแท็กติกของไก่เดือยทอง ออกมาปกป้องการทุ่มเงินครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร พร้อมกับปล่อยหมัดเด็ดใส่ทุกทีมที่กล้าวิจารณ์ว่า “พวกแกไม่รักที่สเปอร์สจะเก่งขึ้น” — งานนี้มีเรื่องให้คุยกันยาวๆ แน่นอน
ประเด็นร้อนของซัมเมอร์นี้ไม่พ้นการใช้จ่ายของสเปอร์สที่ทะลุ 300 ล้านปอนด์ไปเป็นที่เรียบร้อย หลังดึงตัวดาวดังมาร่วมทัพแบบไม่มียั้ง ไม่ว่าจะเป็น ซานโดร โตนาลี ค่าตัว 92.5 ล้านปอนด์, มาเตอุส แฟร์นันเดส 85 ล้านปอนด์ และ ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้ อีก 52 ล้านปอนด์ แถมยังมี ซาวินโญ่ และ โอมาร์ มาร์มูช ที่เตรียมย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาสมทบอีกคนละ 85 และ 75 ล้านปอนด์ตามลำดับ บอกเลยว่าเม็ดเงินสะพัดไม่หยุดจริงๆ
หลายคนอาจมองว่าสเปอร์สกำลังบ้าคลั่งหรือไม่ก็ถูกหลอกใช้ แต่เด แซร์บีมองต่างมุมโดยสิ้นเชิง เขาย้อนไปถึงฤดูกาลที่แล้วที่ทีมของเขาตกเป็นเป้าสายตาของทุกทีมในลีก และบอกว่าเขาพยายามย้ำเตือนลูกทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ว่า “ทุกทีมอยากฆ่าเรา” เพื่อสร้างไฟในการพิสูจน์ตัวเองในซีซันใหม่
“คนเราไม่ชอบเวลาที่สเปอร์สจะดีขึ้น” นี่คือแก่นของความคิดเด แซร์บี เขามองว่าการที่ทีมอื่นออกมาวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายของสเปอร์ส มันคือความอิจฉาริษยามากกว่าความห่วงใยในความถูกต้องของกฎการเงิน มันคือเกมจิตวิทยาที่ทีมใหญ่ด้วยกันใช้เล่นงานคู่แข่งบนโต๊ะข่าว ไม่ใช่ในสนาม
ฟังดูแล้วอาจเหมือนการแก้ตัว แต่ถ้ามองในมุมของเด แซร์บี มันก็สมเหตุสมผลไม่น้อย การที่เขาพูดแบบนี้ไม่ใช่แค่การปกป้องนโยบายของสโมสร แต่คือการสร้างกำแพงทางจิตใจให้ลูกทีมรู้ว่าโลกทั้งใบเป็นปฏิปักษ์กับเรา และเราต้องสามัคคีกันเพื่อฝ่าฟันมันไปให้ได้
ผมว่าประเด็นนี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่า 300 ล้านปอนด์มันมากไปหรือน้อยไป แต่อยู่ที่ว่าสเปอร์สกำลังส่งสัญญาณอะไรให้ลีกได้รู้ต่างหาก พวกเขาบอกชัดเจนแล้วว่า “เราจะไม่เป็นทีมรองใครอีกต่อไป” และการที่เด แซร์บีออกมาปกป้องลูกทีมแบบนี้ มันคือการประกาศศักยาว่าพวกเขาพร้อมรับแรงกดดันทั้งหมดแล้ว
คำพูดนี้ของเด แซร์บีมันโดนมากๆ มันคือการสะท้อนความจริงของวงการฟุตบอลที่ว่า ทีมที่เคยเป็นรองแล้วพยายามจะก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่ง มักจะไม่ได้รับเสียงเชียร์จากคนนอก แต่จะถูกจับผิดและตั้งคำถามตลอดเวลา สเปอร์สกำลังอยู่ในจุดนั้น และพวกเขาก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อไปโดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์
คำถามต่อจากนี้คือ นักเตะใหม่ทั้งหลายจะเข้ากับระบบของเด แซร์บีได้เร็วแค่ไหน? เพราะถึงเงินจะเยอะ แต่ถ้าปรับตัวไม่ได้ ทีมก็อาจสะดุดได้เหมือนใครเขา และนั่นคือสิ่งที่แฟนบอลสเปอร์สต้องลุ้นกันแบบใจจดใจจ่อ
การดึงตัว ซาวินโญ่ และ มาร์มูช จากแมนฯ ซิตี้ มาคนละเกือบร้อยล้านปอนด์ มันไม่ใช่แค่การเสริมทัพ แต่คือการประกาศว่าพวกเขาพร้อมจะสู้กับทีมระดับท็อปของลีกแบบเปิดเผย ไม่มีการซ่อนเกม และนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้น่าสนใจมากขึ้น
ซานโดร โตนาลี
ค่าตัว 92.5 ล้านปอนด์ — จอมทัพแดนกลางที่สเปอร์สทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร
มาเตอุส แฟร์นันเดส
ค่าตัว 85 ล้านปอนด์ — เพลย์เมกเกอร์ตัวจี๊ดที่พร้อมมาปั้นเกมรุกให้เฉียบคม
ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้
ค่าตัว 52 ล้านปอนด์ — แนวรับตัวใหม่ที่ต้องมาช่วยเสียบช่องโหว่เกมรับ
ที่สำคัญที่สุดคือ เด แซร์บี กำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ว่า การถูกเกลียดคือเครื่องการันตีว่าคุณกำลังมาถูกทาง เขาสอนลูกทีมให้มองความกดดันเป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่ภาระ และนี่คือสิ่งที่แฟนบอลไก่เดือยทองรอคอยมานาน
ฟันธงได้เลยว่าฤดูกาลนี้สเปอร์สจะไม่ใช่แค่ทีมร่วมวงแย่งท็อปโฟร์ แต่คือทีมที่พร้อมจะท้าชนทุกความเห็นของคนทั้งโลก “อยากฆ่าเรา” ก็เชิญเลย แต่ถ้าฆ่าไม่ได้ ระวังจะโดนเรายิงสวนกลับเข้าอย่างจัง
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...