The Guardian Football นัดต่อไป พบ Arsenal · 1 ก.ย. 02:00 น. 10 ชั่วโมงที่แล้ว transfer_talk สรุปข่าวโดย AI

วิลล่ากำลังร่วง สเปอร์สกำลังรวย กติกาการเงินมันยุติธรรมแล้วหรือ?

The Guardian Football 28 Aug 2026
ตราสโมสร Aston Villa
4 22m
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้



วิเคราะห์แทคติก
TACTICS


วิลล่ากำลังร่วง สเปอร์สกำลังรวย กติกาการเงินมันยุติธรรมแล้วหรือ?



แชมป์ยูโรปา ลีก ไม่ได้การันตีอนาคตที่สดใสเสมอไป เมื่อกฎการเงินกำลังเล่นตลกกับทีมที่ "ดีกว่า" ในสนาม




ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 5 นาที


้าคุณเป็นแฟนบอลที่ดูแค่ชื่อทีมกับอันดับในกระดานคะแนนปีที่แล้ว คุณอาจจะคิดว่าซัมเมอร์นี้ อะสตัน วิลล่า ต้องเป็นฝ่ายหัวเราะลั่นปรีซีซั่น แน่นอนว่าพวกเขาคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก จบที่ 4 ในพรีเมียร์ ลีก ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ส่วนสเปอร์สจมปลักอยู่ตรงกลางลีก แถมยังหนีตกชั้นแบบเส้นยาแดงผ่าแปดอีกต่างหาก มันควรจะเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าวิลล่ามีโมเมนตัมเหนือกว่าใช่ไหม? แต่ในโลกของฟุตบอลยุคใหม่ ที่เงินคือพระเจ้า ความจริงมันโหดร้ายและบิดเบี้ยวกว่านั้นเยอะ



ลองคิดตามดูนะครับ สเปอร์สจบฤดูกาลด้วยอันดับ 17 ซึ่งทำให้พวกเขาได้เงินรางวัลจากตำแหน่งบนตารางน้อยกว่าวิลล่าประมาณ 35 ล้านปอนด์ ฟังดูเหมือนวิลล่ากำลังจะรวยกว่าและต่อยอดความสำเร็จได้อย่างสบายหายใจหายคอ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดซื้อขายคือ ภาพที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง สเปอร์สใช้เงินไปประมาณ 322 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพ ฟังดูไม่ตกใจใช่ไหม? แต่เดี๋ยวก่อน นี่ยังไม่รวมค่าตัวของ โอมาร์ มาร์มูช ที่ยืมมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องจ่ายค่าตัวถาวรอีก 55 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์หน้า แม้การขายผู้เล่นออกจะทำให้ยอดสุทธิลดลงเหลือ 140 ล้านปอนด์ แต่มันก็คือการทุ่มเงินก้อนโตที่วิลล่าทำไม่ได้



คำถามที่ทุกคนอยากถามคือ ทำไมทีมที่แย่กว่าถึงได้ใช้เงินมากกว่า? คำตอบมันอยู่ที่โครงสร้างกฎการเงินของพรีเมียร์ ลีก ที่เรียกว่า PSR (Profit and Sustainability Rules) ซึ่งมันไม่ได้วัดที่ผลงานในสนาม แต่วัดที่ "รายได้" ของสโมสร สเปอร์สมีสนามเหย้าที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีรายได้จากวันแข่งขันและเชิงพาณิชย์มหาศาล พวกเขาจึงมี "กำลังซื้อ" ที่เหนือกว่าวิลล่ามหาศาล แม้ผลงานในสนามจะห่วยแตกก็ตาม



นี่คือความวิปริตของระบบที่ทำให้ทีมที่ล้มเหลวในสนาม แต่บริหารการตลาดเก่ง กลับได้เปรียบกว่าทีมที่ประสบความสำเร็จในสนาม มันไม่ใช่เรื่องของความยุติธรรมในเชิงกีฬา แต่มันคือเรื่องของความสามารถในการหารายได้ล้วนๆ และแน่นอนว่ามันทำให้แฟนบอลวิลล่าอดรู้สึกขมขื่นไม่ได้ พวกเขาทำทุกอย่างถูกต้องบนสนาม แต่กลับถูกจำกัดโอกาสในการพัฒนาทีมเพราะ "เพดานรายได้" ที่ต่ำกว่า



มุมมองของเรา


ในฐานะคอลัมนิสต์ ผมมองว่า PSR กำลังกลายเป็นเกราะกำบังให้สโมสรใหญ่ที่ "บริหารเก่ง" แต่ "ผลงานห่วย" มันไม่ได้ปกป้องความยั่งยืนของลีก แต่มันปกป้องสถานะของสโมสรที่รวยอยู่แล้วให้รวยยิ่งขึ้น และกีดกันสโมสรที่พยายามจะก้าวขึ้นมาโดยใช้ผลงานในสนามเป็นบันได วิลล่าคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก แต่วันนี้พวกเขากลับต้องมานั่งนับเงินทีละปอนด์เพื่อจะซื้อนักเตะระดับกลางๆ คนหนึ่ง ขณะที่สเปอร์สซึ่งแพ้ยับเยินนัดเปิดฤดูกาลให้เบรนท์ฟอร์ด ยังคงมีอำนาจซื้อที่เหนือกว่าในตลาด นี่มันไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรม แต่เป็นการแข่งขันด้าน "รายได้" ที่ทีมใหญ่กว่าชนะเสมอ



สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างสโมสรในลีกถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่างวิลล่า นิวคาสเซิล หรือแม้แต่เวสต์แฮม ที่พยายามจะแหกโค้งขึ้นไปท้าชนทีมระดับท็อป จะต้องเจอกับกำแพงทางการเงินที่สูงขึ้นทุกปี พวกเขาต้องทำผลงานให้ดีกว่าบนสนามถึงจะอยู่รอด ในขณะที่ทีมอย่างสเปอร์ส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือเชลซี สามารถจมอยู่กลางตารางได้หลายปีโดยไม่รู้สึกอะไร เพราะฐานรายได้ของพวกเขายังแข็งแกร่งพอที่จะซื้อความหวังใหม่ในทุกซัมเมอร์



และนี่คือจุดที่ทำให้พรีเมียร์ ลีก กำลังสูญเสียความน่าตื่นเต้นไปเรื่อยๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เงินจะซื้อความสำเร็จได้เสมอ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง และการที่ทีมอย่างวิลล่าถูกลงโทษจากความสำเร็จของตัวเอง (เพราะรายได้จากยูโรปา ลีก ไม่ได้มากพอที่จะทำให้ PSR ผ่าน) มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับแฟนบอลที่เชื่อในเรื่องของ "ปาฏิหาริย์บนสนาม"



💡

ฟังนะครับ กติกานี้มันกำลังฆ่าความฝันของทีมที่พยายามจะก้าวขึ้นมา มันทำให้ "ความสำเร็จในสนาม" กลายเป็นเพียงแค่โบนัส ไม่ใช่เครื่องมือในการพัฒนาทีม ถ้าพรีเมียร์ ลีก ยังไม่แก้กฎให้แฟร์กว่านี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะเห็นแต่ทีมรวยๆ ซื้อแชมป์วนไปเรื่อยๆ และนั่นคือวันที่ฟุตบอลอังกฤษจะน่าเบื่อที่สุด



ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


#AstonVilla #Tottenham #PremierLeague

ความคิดเห็น 4

กำลังโหลดความคิดเห็น...