BBC Sport Football นัดต่อไป เยือน Crystal Palace · 28 ส.ค. 20:00 น. 5 วันที่แล้ว general สรุปข่าวโดย AI

What does Savinho's £75m move reveal about Man City's multi-club model?

BBC Sport Football 23 Aug 2026
ตราสโมสร Manchester City
1 13m
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้



ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS


ซาวิญโญ่ 75 ล้านปอนด์: ดีลที่เผยโฉมหน้า "โมเดลหลายสโมสร" ของเรือใบแบบไม่เห็นภาพ



การขายปีกบราซิเลียนให้ไก่เดือยทอง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในบัญชี แต่มันคือบทพิสูจน์ว่าเครื่องจักรการเงินของอาบูดาบีเดินหน้าอย่างไร้ที่ติ




ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที




อาละ ฟังนะเพื่อน พวกเราคุยกันตรงๆ เลยดีกว่า คำถามที่ BBC เอามาตั้งเป็นประเด็นมันไม่ได้ถามว่า "ซาวิญโญ่เก่งไหม" หรือ "ท็อตแน่มได้ของดีหรือเปล่า" แต่เขาถามถึงแก่นแท้ของความสำเร็จในโลกฟุตบอลสมัยใหม่: การที่แมนฯ ซิตี้ขายปีกบราซิเลียนรายนี้ให้สเปอร์สด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ มันคือ "ความสำเร็จด้านกีฬา" จริงๆ หรือแค่ "ความสำเร็จด้านบัญชี" กันแน่?



ผมบอกได้เลยว่า มันคือจังหวะที่ทั้งสองฝ่ายได้อะไรที่ต้องการสุดๆ สเปอร์สได้นักเตะดาวรุ่งที่พิสูจน์ฝีเท้าแล้วในพรีเมียร์ลีกกับทีมที่เพิ่งได้แชมป์มา ส่วนซิตี้ได้เม็ดเงินก้อนโตกลับเข้ากระเป๋าโดยที่ไม่เสียหายอะไรเลย แถมยังเคลมได้อีกว่า "ดูสิ ระบบเราปั้นนักเตะเก่งจริงๆ นะ"



แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ได้มีแค่นั้น มันลึกกว่านั้นมาก ลองขุดไปดูเส้นทางของซาวิญโญ่ดูสิครับ นี่มันคือเคสศึกษาของ "มัลติ-คลับ โมเดล" (Multi-club model) ที่แท้ทรู สโมสรในเครือข่ายของซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป (CFG) ทำงานเป็นระบบนิเวศขนาดยักษ์ ไม่ใช่แค่ทีมฟุตบอลทีมเดียวอีกต่อไป



ที่มา / เส้นทางสู่เอติฮัด


ย้อนกลับไปตอนปี 2022 ซิตี้ดึงเจ้าหนูซาวิญโญ่มาจากอาตเลติโก มิเนโร่ ด้วยค่าตัวราวๆ 12-13 ล้านปอนด์ แต่ไม่ได้เอามาใช้ที่อังกฤษทันที ส่งไปให้ทรัวส์ (Troyes) ทีมน้องใหม่ในเครือฝรั่งเศสปิดเทอม แล้วปีต่อมาก็ย้ายไปอยู่กับฌิโรน่า (Girona) ทีมในเครือสเปน ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตนักเตะคนนี้



กับฌิโรน่าในฤดูกาลที่แล้ว เขาระเบิดฟอร์มสุดยอด ยิง 11 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ในลีกาช่วยให้ทีมจบอันดับ 3 ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และด้วยฟอร์มแบบนั้น มันทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเอะใจและสั่งดึงตัวกลับมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ทันที



และแล้วในซัมเมอร์นี้ สเปอร์สก็ยื่นข้อเสนอ 75 ล้านปอนด์เข้ามา ซึ่งตัวเลขนี้มันคือ "กำไร" ล้วนๆ เลยครับ เพราะต้นทุนของซิตี้จริงๆ แค่ไม่กี่ล้านปอนด์เท่านั้นเอง มันคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนงดงามในระยะเวลาแค่ 2 ปี




ตัวเลขที่ต้องคิดตาม

ค่าตัวที่ซิตี้ได้จากสเปอร์ส: 75 ล้านปอนด์ (ราว 3.3 พันล้านบาท) — ต้นทุนที่ซิตี้จ่ายให้มิเนโร่ตอนซื้อมา: ราว 12.5 ล้านปอนด์ — กำไรขั้นต้น: มากกว่า 60 ล้านปอนด์ ภายในเวลาแค่ 2 ปี


มุมมอง / ใครคือผู้ชนะตัวจริง?


ถามว่า "สเปอร์สได้ของดีไหม" ก็ต้องตอบว่าได้ครับ ซาวิญโญ่คือนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง อายุแค่ 21 ปี เล่นได้ทั้งปีกซ้ายปีกขวา มีความเร็วและเทคนิคที่อันตรายมากๆ เขาคืออนาคตของทีมได้จริงๆ แต่ในทางกลับกัน ถามว่า "ซิตี้เสียอะไรไหม" คำตอบคือแทบไม่เสียหายเลย พวกเขามีนักเตะในตำแหน่งนี้ล้นทีมอยู่แล้ว แถมยังได้เงินก้อนโตกลับมาอีก



นี่แหละครับคือความแยบยลของโมเดลนี้ มันคือการ "ฟอก" นักเตะผ่านระบบนิเวศของตัวเอง ซื้อดาวรุ่งราคาถูกจากอเมริกาใต้ ไปปั้นที่ยุโรปในเครือข่าย พอฟอร์มดีก็ดึงกลับมาหรือขายทำกำไร มันเหมือนกับบริษัทอสังหาฯ ที่ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทแล้วขายต่อในราคาที่สูงขึ้น แต่ของที่นี่คือ "มนุษย์" และ "ความฝัน" ของแฟนบอล



หลายคนอาจมองว่า นี่คือการเอาเปรียบระบบฟุตบอลยุโรป และมันก็ถูกต้องในบางแง่ เพราะการมีเครือข่ายแบบนี้มันช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อนักเตะลงได้มหาศาล ซิตี้สามารถซื้อนักเตะ 5 คนในราคาถูกแล้วหวังพึ่งให้ติด 1-2 คน ถ้าไม่ติดก็ขายทิ้งได้โดยไม่ขาดทุน ซึ่งสโมสรทั่วไปที่ไม่มีเครือข่ายแบบนี้ทำไม่ได้แน่นอน



การขายซาวิญโญ่ในราคานี้ ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจที่ดี แต่คือการแสดงให้เห็นว่า โมเดลของ CFG ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติ


สำหรับสเปอร์สแล้ว พวกเขาได้นักเตะที่ใช่สำหรับอนาคต แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาจ่ายในราคาที่ "ซิตี้เป็นคนกำหนด" เพราะซิตี้ไม่มีความจำเป็นต้องขายเลยสักนิด นี่คือการเจรจาที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบสุดๆ อีกฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการแต่ก็ต้องจ่ายแพงกว่าความเป็นจริง



ท้ายที่สุดแล้ว ดีลนี้มันตอกย้ำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ฟุตบอลยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ถ้วยรางวัลอย่างเดียวอีกต่อไป แต่วัดกันที่ "สมาร์ท" แค่ไหนในการบริหารทรัพยากร และในเกมนี้ ซิตี้คือจ้าวโลกที่ไม่มีใครเทียบได้จริงๆ



💡

สรุปสั้นๆ ให้จบ: ดีลนี้คือ "วิน-วิน" แต่เป็นวิน-วินที่ฝั่งซิตี้ได้กำไรทั้งเงินและภาพลักษณ์ ส่วนสเปอร์สได้นักเตะเก่งที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า คุ้มกับราคาที่จ่ายไปจริงๆ ในระยะยาว ผมว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นดีลแบบนี้เกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ และมันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้านักเตะที่สโมสรอื่นต้องจับตามอง



ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ


#ManchesterCity #Tottenham #Savinho

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...