รายงานผลการแข่งขัน
Match Report
เชอร์กีโชว์ของจริง! ฮาลันด์ซัดเบิ้ล บุกยำคริสตัล พาเลซ กลางรังเหย้า
ปรากฏการณ์เรยาน เชอร์กี ไม่ใช่แค่ฟอร์มดี แต่คือระดับที่ทำให้แมนฯ ซิตี้ดูน่ากลัวกว่าเดิมในฤดูกาลนี้
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
บอกตรงนี้เลยว่าถ้าใครพลาดเกมนี้ถือว่าขาดทุนใหญ่ เพราะสิ่งที่เรยาน เชอร์กี ทำลงไปในสนามเซนต์ แมรี่ส์ มันไม่ใช่แค่การเล่นฟุตบอล แต่คือการแสดงศิลปะชั้นสูงที่หาไม่ได้บ่อยๆ ในพรีเมียร์ลีก
หลายคนอาจจะมองว่าแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของเอนโซ มาเรสก้า คือเครื่องจักรที่เน้นการครองบอลแบบเป็นระบบ วางตำแหน่งกันเป๊ะทุกจังหวะ แต่ในเกมนี้พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่ายังมีพื้นที่สำหรับจินตนาการและอิสระในการสร้างสรรค์เสมอ และคนที่ได้พื้นที่นั้นก็คือเชอร์กี
มาเรสก้าเป็นโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องการวางแท็คติกแบบหมกมุ่นกับการควบคุมตำแหน่งของนักเตะทุกคนบนสนาม แต่กับเชอร์กี เขาเลือกที่จะปล่อยให้เด็กคนนี้ได้เล่นอย่างอิสระ และผลลัพธ์ที่ออกมามันช่างงดงามเสียเหลือเกิน เพราะถ้าคุณขังเชอร์กีไว้ในกรอบ คุณก็จะไม่ได้เห็นเวทมนตร์ที่เขาสร้างขึ้นมา
คริสตัล พาเลซ เองก็ไม่ได้เล่นไม่ดี พวกเขาอยู่ในเกมได้ในช่วงครึ่งแรก และมีโอกาสสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้หลายครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง ทุกอย่างก็ต้องมาหยุดลงเมื่อหัวใจสำคัญในการสร้างเกมของซิตี้เริ่มขยับ และนั่นคือจุดที่เกมพลิกทันที
ฟอร์มของเชอร์กีในปีที่สองบนแผ่นดินอังกฤษถือว่าเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมมาก สัปดาห์ก่อนเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมเจอกับบอร์นมัธ และกลายเป็นฮีโร่ทันทีด้วยการทำสองแอสซิสต์ พาช่วยทีมกลับมาจากตามหลัง แต่เกมที่เจอกับพาเลซนี่คืออีกขั้นที่สูงกว่า เพราะเขาทำได้ถึงสองประตู
ประตูแรกของเขาในเกมนี้คือจังหวะที่คุณต้องดูซ้ำหลายรอบ เริ่มจากการพาบอลเลี้ยงดวลกับกองหลังพาเลซหลายคน ผ่านเข้าไปในกรอบเขตโทษอย่างชิลล์ๆ ก่อนจะใช้ข้างเท้าซ้ายแตะบอลเบาๆ ผ่านตัวผู้รักษาประตูเข้าประตูไป มันคือการจบสกอร์ที่เนียนและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน แบบที่คุณอาจไม่เคยเห็นใครทำได้แบบนี้มานานแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องราวของเกมนี้ไม่ได้มีแค่เชอร์กีคนเดียว เพราะอีกหนึ่งคนที่โชว์ฟอร์มตามมาตรฐานของตัวเองคือ เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่เหมาสองประตูในเกมนี้ด้วยเช่นกัน หัวหอกนอร์เวย์ยังคงเป็นเครื่องจักรทำประตูที่ไร้ความปรานี และเมื่อเขามีคนอย่างเชอร์กีคอยปั้นเกมอยู่ข้างหลัง มันยิ่งทำให้ซิตี้ดูอันตรายมากขึ้นไปอีกขั้น
เกมนี้มันย้ำชัดว่าแมนฯ ซิตี้ ในยุคของมาเรสก้าไม่ได้เป็นแค่ทีมที่ครองบอลได้อย่างน่าเบื่อ พวกเขามีมิติในการเล่นที่หลากหลายขึ้น มีทั้งความแข็งกร้าวของฮาลันด์ และความสร้างสรรค์สุดบรรเจิดของเชอร์กี ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำให้ทีมชุดนี้ดูมีสีสันและยากจะรับมือมากขึ้น
ฟังนะ ถ้าเชอร์กียังรักษาระดับฟอร์มแบบนี้ได้ต่อเนื่อง และมาเรสก้ายังกล้าที่จะปล่อยให้เขาเล่นอย่างอิสระแบบนี้ แมนฯ ซิตี้คือตัวเต็งที่แท้จริงสำหรับทุกถ้วยรางวัลในฤดูกาลนี้ ไม่ใช่แค่เพราะฮาลันด์ยิงประตูได้ แต่เพราะพวกเขามีคนที่ทำให้เกมรุกดูอันตรายในแบบที่คาดเดาไม่ได้ นี่แหละคือทีมที่น่ากลัวที่สุด
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...