วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
จอมเวทปะทะคนเพี้ยน: นาทีนี้ เรยัน เชอร์กี คือคำตอบที่ แมนฯ ซิตี้ รอคอยจริงหรือ?
สองประตูกับฟอร์มการเล่นที่เย่อหยิ่งสุดขีดในเกมถล่มคริสตัล พาเลซ มันพอจะทำให้แฟนเรือใบลืมความผิดหวังทั้งฤดูกาลได้หรือยัง?
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอาละสิ ถึงตาเจ้าหนู เรยัน เชอร์กี โชว์ของแล้ว! ถ้าใครได้ดูเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปยำ คริสตัล พาเลซ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะเห็นอะไรบางอย่างที่มันต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่ชนะขาดลอย แต่เป็น "พลังงาน" บางอย่างที่หายไปจากทีมเรือใบทั้งฤดูกาล มันกลับมาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มชาวฝรั่งเศสวัย 21 ปีคนนี้
ฟิล แม็คนัลตี้ คอลัมนิสต์ชื่อดังของ BBC เขียนบทความชิ้นนี้ตั้งคำถามกับเราว่า นี่คือนาทีทองของ เชอร์กี หรือยัง? ผมว่าไม่ต้องถามให้เสียเวลาด้วยซ้ำ เพราะคำตอบมันชัดเจนเกินไป — ใช่แล้ว ไอ้หนูคนนี้พร้อมแล้ว และที่สำคัญ ปัญหาของแมนฯ ซิตี้ในฤดูกาลนี้มันไม่ได้อยู่ที่การขาด "จอมทัพ" คนใหม่ แต่มันอยู่ที่พวกเขาลืมวิธีเล่นที่ "สนุก" ไปต่างหาก
ลองนึกภาพตามนะ ฤดูกาลนี้ แมนฯ ซิตี้ เล่นได้แข็งทื่อ เน้นปลอดภัย ครองบอลได้แต่เจาะอะไรไม่เข้า ราวกับเครื่องจักรที่ขาดน้ำมันหล่อลื่น ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ดูหมดไอเดีย หมดความกล้า และที่แย่ที่สุดคือ หมด "ตัวตลก" ในสนามไปแล้ว จนกระทั่ง เชอร์กี ลงมาเล่นด้วยสีหน้าท้าทาย พร้อมจะลองของกับใครก็ได้ที่ขวางหน้า
สองประตูในเกมนั้นมันไม่ใช่แค่ตัวเลข มันคือสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะ "ทำอะไรเพี้ยนๆ" ในจังหวะที่เพื่อนร่วมทีมเลือกจะถอยหลัง มันคือการที่เด็กคนหนึ่งบอกกับโค้ชของเขาว่า "ผมไม่เล่นตามสคริปต์หรอกนะ ผมเล่นตามสัญชาตญาณ" และนั่นคือสิ่งที่ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ขาดหายไปอย่างน่าใจหาย
ก่อนหน้านี้มีคำถามมากมายว่า ทำไม เชอร์กี ถึงได้โอกาสลงเล่นน้อยนัก ทั้งที่ค่าตัวไม่ใช่ถูกๆ และฝีเท้าก็เห็นๆ อยู่ คำตอบง่ายๆ คือ เป๊ป ไม่ไว้ใจนักเตะที่ "อ่านเกมไม่เป็นตามแผน" เขาชอบนักเตะที่เล่นเป็นระเบียบ วินัยสูง แต่บางครั้งวินัยที่มากเกินไปมันก็ฆ่าความคิดสร้างสรรค์ และ เชอร์กี คือนักเตะที่เกิดมาเพื่อแหกกฎระเบียบเหล่านั้น
เกมกับ พาเลซ มันเป็นบทพิสูจน์ที่สมบูรณ์แบบ เขาไม่ได้แค่เล่นดี แต่เขาดู "สนุก" กับการเล่น เห็นได้จากภาษากายที่ผ่อนคลาย การจับบอลครั้งแรกที่เนียนกริบ และการยิงประตูที่เด็ดขาดราวกับไม่ต้องคิดให้เสียเวลา มันคือฟอร์มของนักเตะที่รู้ตัวดีว่า "วันนี้เป็นวันของฉัน"
คำถามต่อมาคือ แล้ว เป๊ป จะกล้าเสี่ยงดึงเขาขึ้นมาเป็นตัวหลักในเกมใหญ่ๆ ไหม? เพราะถ้าดูจากสไตล์แล้ว เชอร์กี คือตัว "เมเวอร์ริค" (Maverick) ตัวพ่อ เขาไม่ใช่นักเตะที่จะมายืนรอรับบอลแล้วจ่ายกลับทันทีตามคำสั่ง เขาชอบเลี้ยง 1 ต่อ 1 ชอบจ่ายบอลสุดบรรเจิดที่เพื่อนร่วมทีมเองยังคิดไม่ถึง ซึ่งมันทั้งสร้างความตื่นเต้นและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน
สำหรับผมแล้ว นี่คือการพนันที่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ถ้า แมนฯ ซิตี้ ยังอยากจบฤดูกาลนี้ด้วยการคว้าแชมป์อะไรสักอย่าง หรืออย่างน้อยก็การันตีโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างสวยงาม พวกเขาต้องปลดปล่อย เชอร์กี ออกจากกรอบ แล้วให้อิสระเขาได้โชว์ของอย่างเต็มที่ แน่นอนว่ามันอาจพลาดพลั้งบ้าง แต่การได้เห็นเวทมนตร์ในสนามมันคุ้มค่ากับความเสี่ยงนั้นเสมอ
ฤดูกาลนี้มันอาจจะไม่ได้สวยหรูสำหรับเรือใบ แต่การได้เห็นเด็กหนุ่มที่กล้าท้าทายทุกอย่าง ผงาดขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ มันคือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จริงๆ และถ้า เป๊ป ฉลาดพอ เขาจะรู้ว่าบางครั้งการปล่อยให้ "คนเพี้ยน" ได้ทำในสิ่งที่เขาถนัด มันคือแผนการที่ดีที่สุดแล้ว
ฟังนะ ทุกคน — เชอร์กี ไม่ใช่แค่กองหน้าร่างบางที่ยิงประตูได้ เขาคือจิตวิญญาณของทีมที่กำลังจะตายทั้งเป็น ถ้าผู้จัดการทีมยังดันทุรังจับเขานั่งสำรองในเกมใหญ่ๆ อีก ผมว่าคุณเตรียมตัวดู แมนฯ ซิตี้ จบฤดูกาลด้วยการเป็นเพียงทีมระดับกลางได้เลย เพราะทีมที่ไร้ซึ่งความบ้าบิ่น จะไม่มีทางก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้
ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...