ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
ดิจังก้าวจากบาปสู่ดารา: อนาคตเอนโซ่กำลังซ้ำรอยดีลอิซัค ที่ทำให้สิงห์ปวดหัวจนต้องคิดหนัก
ท่ามกลางกระแสข่าวเรือใบยื่นข้อเสนอ ทีมจากลอนดอนตะวันตกกำลังเผชิญบททดสอบใหญ่ที่สุดของยุคใหม่
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
นี่มันเดจาวูชัดๆ ครับพี่น้อง จำได้ไหมซัมเมอร์ที่แล้ว อเล็กซานเดอร์ อิซัค ตกเป็นข่าวย้ายไปลิเวอร์พูลแบบเป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายแมวมองเกาะแกะกันทั้งตลาด แต่ปิดท้ายด้วยการที่นิวคาสเซิลรั้งตัวไว้ได้ และเซ็นสัญญาฉบับใหม่ให้เขาเป็นกำลังหลักของทีมต่อไป ตอนนี้สถานการณ์ของ เอนโซ่ เฟร์นานเดซ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเดินตามรอยนั้นเป๊ะๆ ทุกอักษร และนั่นคือฝันร้ายของเชลซีที่กำลังนั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่ตอนนี้
ฟังนะ ผมไม่ได้พูดเพราะอยากให้มันดราม่า แต่มันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ สโมสรอย่างแมนฯ ซิตี้ ไม่ได้ส่งสายสืบไปดูฟอร์มนักเตะแบบมั่วๆ พวกเขามีการวางแผนระยะยาว และการที่ชื่อของเอนโซ่โผล่ขึ้นมาในเรดาร์ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือสัญญาณว่าเรือใบสีฟ้าจริงจัง และกำลังจะยื่นข้อเสนอที่เชลซีต้องกลืนไม่ลงคอไม่กลืนไม่ไหว
สิ่งที่เกิดขึ้นกับอิซัคเมื่อปีที่แล้วคือบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิลยืนหยัดแข็งกร้าว บอกชัดเจนว่านักเตะไม่ขาย ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล แต่สุดท้ายพวกเขาได้อะไร? ได้นักเตะที่ทุ่มเทให้ทีมต่อไป ได้ขวัญกำลังใจของแฟนบอล และได้ข้อความที่ชัดเจนว่าสโมสรไม่ใช่ของถูกๆ ที่ใครจะมาเดินซื้อของออกจากร้านได้ตามใจชอบ คำถามคือ เชลซีจะทำแบบนั้นได้ไหม? หรือพวกเขาจะเป็นฝ่ายที่ต้องยอมจำนนต่อเม็ดเงินและโปรเจกต์ของซิตี้?
เรื่องนี้เริ่มต้นมาจากรายงานของ BBC Sport ที่ชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันของทั้งสองดีล เอนโซ่ เป็นนักเตะที่เชลซีทุ่มเงินสถิติสโมสร 106.8 ล้านปอนด์คว้าตัวมาจากเบนฟิก้าเมื่อมกราคม 2023 หลังคว้าแชมป์โลกกับอาร์เจนติน่าได้ไม่ถึงเดือน ตอนนั้นเขาคืออนาคตของแผงกลางสนาม แต่พอมาวันนี้ ฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำลงอย่างน่าใจหายในฤดูกาลที่ผ่านมา การเปลี่ยนนายใหญ่บ่อยครั้งจนแทบจำชื่อไม่ได้ ทำให้มูลค่าของเขาลดลง แต่ชื่อเสียงและพรสวรรค์ยังพอให้ทีมยักษ์ใหญ่หมายตาได้เสมอ
ซิตี้ต้องการกองกลางตัวรับที่คุมจังหวะเกมได้ ทดแทน ร็อดรี้ ที่บาดเจ็บยาว และเอนโซ่ก็มีคุณสมบัติตรงตามสเปกหลายอย่าง แม้ฟอร์มจะไม่คงเส้นคงวา แต่ด้วยอายุแค่ 23 ปี เขายังมีเวลาให้พัฒนา และการได้ไปอยู่กับโค้ชระดับตำนานอย่างเป๊ป คือโอกาสทองที่จะยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่เชลซีต้องกลัวที่สุด เพราะมันคือข้อเสนอที่นักเตะแทบจะปฏิเสธไม่ได้
สิ่งที่ต่างจากกรณีของอิซัคคือบริบทของเชลซีเอง นิวคาสเซิลในเวลานั้นมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีโปรเจกต์ที่ชัดเจน พวกเขาสามารถปฏิเสธข้อเสนอได้โดยไม่สั่นคลอน แต่เชลซี? พวกเขาเพิ่งใช้เงินไปมหาศาลในตลาดนักเตะหลายรอบติดต่อกัน และจำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อให้เป็นไปตามกฎการเงิน (FFP) ด้วยเหตุนี้ สิงโตน้ำเงินครามจึงตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากขายเอนโซ่ พวกเขาอาจได้เงินก้อนโตและลดภาระค่าเหนื่อยลงได้ แต่จะเสียหน้าและเสียขวัญกำลังใจแฟนบอล หากไม่ขาย ก็อาจต้องเผชิญกับปัญหานักเตะที่อยากย้ายและทำให้บรรยากาศในทีมแย่ลง
ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทั้งสองทีม ซิตี้จะได้หัวใจใหม่ในแผงกลางที่ขาดความมั่นคงมานาน ส่วนเชลซีจะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับการสรรหาตัวแทน ซึ่งในตลาดนักเตะตอนนี้ การจะหาคนระดับเดียวกับเอนโซ่มาทดแทนในราคาที่ไม่แพงเกินไปนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางของสโมสรไปอีกยาวไกล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผลงานในสนาม หรือภาพลักษณ์ของสโมสรในสายตานักเตะระดับโลกคนอื่นๆ
แต่ที่ผมกังวลที่สุดไม่ใช่เรื่องตัวเลขในตลาดซื้อขาย แต่มันคือเรื่องของ "ความมุ่งมั่น" ต่างหาก เอนโซ่เคยพูดไว้หลายครั้งว่าเขารักเชลซีและอยากประสบความสำเร็จกับที่นี่ แต่พอมีข่าวใหญ่ๆ แบบนี้เข้ามา มันเหมือนมีเสียงกระซิบข้างหูว่า "เฮ้ย ไปที่ๆ มีโอกาสคว้าแชมป์ทุกปีดีกว่าไหม" และเมื่อความคิดแบบนั้นเกิดขึ้นในหัวนักเตะแล้ว มันยากมากที่จะดึงเขากลับมาได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
และอย่าลืมว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวนักเตะคนเดียว แต่คือการส่งสัญญาณไปยังนักเตะคนอื่นๆ ในทีมด้วยว่า "ที่นี่คือสโมสรที่พร้อมขายคุณเสมอถ้าได้ราคาดี" ซึ่งมันจะบ่อนทำลายขวัญกำลังใจของทั้งทีมโดยไม่รู้ตัว นี่คือสิ่งที่เชลซีต้องระวังให้มากที่สุดในตอนนี้
ทางเลือกของเชลซี
1. ยืนกรานไม่ขายเหมือนนิวคาสเซิล เสี่ยงต่อการมีนักเตะที่ไม่มีความสุขอยู่ในทีม
2. รับข้อเสนอและรีบหาตัวแทนแบบเร่งด่วน เสี่ยงต่อการเสียสมดุลของทีม
3. ต่อรองราคาให้สูงสุดและขายแบบมีกำไร ซึ่งอาจเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดในสถานการณ์นี้
เอาจริงๆ ผมว่าทางเลือกที่สามน่าสนใจที่สุดสำหรับเชลซีในตอนนี้ เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อกรกับพลังเงินของซิตี้ได้โดยตรง ถ้าซิตี้ยื่นข้อเสนอที่ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไป การเก็บนักเตะที่ฟอร์มตกและอาจไม่อยู่กับทีมต่อไปไว้ก็ไม่ต่างจากการถือระเบิดเวลาไว้ในมือ แต่ถ้าพวกเขาต่อรองได้ราคาดี มันจะกลายเป็นดีลที่ "win-win" สำหรับทุกฝ่าย แม้แฟนบอลจะไม่ชอบก็ตาม
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้คือบททดสอบว่าเชลซีจะเลือกเป็น "สโมสรที่นักเตะใฝ่ฝันอยากมา" หรือ "สโมสรที่พร้อมเป็นบันไดให้คนไปสู่ทีมที่ใหญ่กว่า" ถ้าพวกเขาปล่อยเอนโซ่ไปแบบง่ายๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน นั่นคือการประกาศศักยภาพของตัวเองต่อตลาดอย่างน่าอายที่สุด แล้วเราจะได้เห็นกันว่าบอร์ดบริหารจะเลือกทางไหน แต่ผมเดาว่า เงินก้อนโตคงชนะใจพวกเขาอยู่ดี
ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...