ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
ท็อตแน่มทุ่มไม่ดูดวง! คว้า "ซาวิโอ" ราคา 85 ล้านปอนด์ โยนความกดดันใส่เด แซร์บี และกระเป๋าสตางค์ที่รั่วเป็นรู
ฤดูร้อนนี้ไก่เดือยทองใช้เงินเกิน 300 ล้านปอนด์แล้ว แต่เกมนี้ไม่ได้จบแค่ที่สนาม มันคือเดิมพันอนาคตของกุนซืออิตาเลียนทั้งคน
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอ้า... ฟังนะเพื่อน ไม่ต้องไปดูตัวเลขในรายงานการเงินอะไรให้ปวดหัว ขอพูดแบบบ้านๆ เลยว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในซัมเมอร์นี้มันบ้าพลังจริงๆ พวกเขาคว้าตัว ซาวิโอ ปีกชาวบราซิเลียนจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ ซึ่งนั่นทำให้ยอดการใช้จ่ายรวมของสโมสรในตลาดนักเตะรอบนี้พุ่งทะลุ 300 ล้านปอนด์ไปแล้วเรียบร้อย และที่สำคัญคือ เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้ เพราะมีข่าวลือว่าพวกเขายังอยากได้นักเตะใหม่อีกเพียบ
ถามว่าผมตกใจกับตัวเลข 300 ล้านปอนด์ไหม? ตกใจสิครับ แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือท่าทีของสโมสรที่ดูเหมือนจะไม่รู้จักคำว่า "หยุด" เลยแม้แต่น้อย นี่ไม่ใช่การเสริมทัพธรรมดา แต่มันคือการประกาศศักดาแบบหน้าด้านๆ ว่า "ไอ้หนู เราจะเป็นใหญ่ในลอนดอนให้ได้" และแน่นอนว่าใครที่ต้องแบกความคาดหวังอันหนักอึ้งนี้ไว้บนบ่าเป็นคนแรกๆ ก็คือกุนซือคนใหม่อย่าง โรแบร์โต เด แซร์บี
เห็นไหมล่ะ มันเป็นอย่างที่ผมบอกเสมอว่า การที่สโมสรทุ่มเงินเป็นหมื่นล้านบาทแบบนี้ มันไม่ใช่แค่การเสริมทัพ แต่มันคือการเซ็นเช็คเปล่าที่ลงชื่อกำกับไว้ว่า "ผลงานต้องมา" เด แซร์บี ที่เพิ่งมารับงานคุมทีมได้ไม่นาน ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไฟฟ้าที่มีสายไฟต่อเข้ากับงบประมาณทั้งก้อนนี้ ถ้าทำได้ก็คือฮีโร่ แต่ถ้าทำไม่ได้... ก็เตรียมเก็บของได้เลย เพราะมาตรฐานของสโมสรระดับนี้ไม่มีการให้อภัยง่ายๆ หรอก
เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่ว่า ต่อให้ซาวิโอจะเป็นนักเตะคุณภาพ แต่การที่สเปอร์สมีนักเตะตัวรุกในทีมอยู่แล้วมากมาย การดึงเขามาเพิ่มอีกคน มันก็ทำให้เกิดคำถามใหญ่ๆ ตามมาทันทีว่า แล้วแผนการเล่นของเด แซร์บีล่ะ? เขาจะจัดตำแหน่งให้ใครลงเล่นกันแน่? แน่นอนว่ามันเป็นปัญหาโลกแตกของกุนซือที่มีนักเตะดีๆ เยอะเกินไป แต่ถ้าจัดการไม่ดี ปัญหานี้จะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ทำลายห้องแต่งตัวได้ในพริบตา
อย่าลืมว่าเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง ซอน เฮือง-มิน หรือ เจมส์ แมดดิสัน คือนักเตะที่ต้องการบอลและพื้นที่ในการสร้างสรรค์เกมเหมือนกัน การเพิ่มซาวิโอเข้ามาอีกคน มันคือการเพิ่มปริมาณการแย่งพื้นที่กันในสนาม ซึ่งถ้าเด แซร์บีไม่มีแท็คติกที่เฉียบขาดพอที่จะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ผมบอกได้เลยว่าเรื่องนี้จะจบไม่สวยแน่นอน
อีกมุมหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กันคือเรื่องการเงินของสโมสร การใช้เงินเกิน 300 ล้านปอนด์ในซัมเมอร์เดียวมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันคือการพนันครั้งใหญ่ที่สเปอร์สกำลังเล่นอยู่กับอนาคตของสโมสร แน่นอนว่าการได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกจะช่วยทำให้รายได้กลับมาคุ้มค่า แต่ถ้าฤดูกาลนี้พลาดท่าอีกครั้งล่ะ? รับรองได้เลยว่ากฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ จะมาเคาะประตูบ้านให้ปวดหัวกันไปข้าง
ผมไม่ได้กำลังบอกว่าเซ็นซาวิโอแล้วมันผิดนะ แต่ผมกำลังบอกว่า สเปอร์สกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายมากๆ พวกเขาไม่มีความอดทนที่จะรอสร้างทีมแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เลือกที่จะใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่าง ซึ่งมันก็ได้ผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวน่ะเหรอ? ต้องรอดูกันต่อไป
เอาล่ะ ถึงตรงนี้ผมคงต้องบอกว่า ภารกิจของเด แซร์บีในฤดูกาลนี้มันชัดเจนมาก เขาต้องการเวลา แต่สโมสรไม่ให้เวลาเขา เขาต้องการนักเตะที่เข้ากับสไตล์ แต่สโมสรยัดนักเตะราคาแพงเข้ามาให้เต็มทีม ซึ่งมันก็เป็นทั้งโอกาสและเป็นทั้งกับดัก ถ้าจัดการได้ลงตัว นี่คือทีมที่พร้อมลุ้นแชมป์ แต่ถ้าจัดการไม่ได้... เรื่องนี้ก็จะเป็นเพียงโปรเจกต์ที่แพงที่สุดและล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรอีกหนึ่งเรื่อง
ฟันธงได้เลยว่า เกมนี้สเปอร์สวางเดิมพันทุกอย่างไว้ที่ "ผลงาน" แล้ว และถ้าเด แซร์บีดันทีมไม่ขึ้นจริงๆ ต่อให้ซาวิโอเก่งแค่ไหน มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เพราะในวงการฟุตบอลยุคนี้ เงินซื้อนักเตะได้ แต่ซื้อเวลาให้กุนซือไม่ได้
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...