รายงานผลการแข่งขัน
Match Report
เบรนท์ฟอร์ดสั่งสอนสเปอร์สถึงถิ่น: เด แซร์บีร์ กำลังเจองานหินที่ต้องข้ามกำแพงชื่อ "ทีมเล็ก"
ไอ้หนุ่มเดอะบีส์เล่นงานทีมเกรดใหญ่ด้วยสูตรของมันเอง — คำถามคือกุนซืออิตาเลียนจะพาท็อตแน่มข้ามผ่านคู่ปรับร่วมเมืองที่กำลังเป็นแบบอย่างได้จริงหรือไม่
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 5 นาที
บอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้ตกใจอะไรกับการที่เบรนท์ฟอร์ดบุกมาชนะสเปอร์สในเกมนี้ เพราะทีมของโธมัส แฟรงค์ มันเป็นแบบนี้มาตลอด — แต่ที่ทำให้ผมต้องหยุดคิดคือวิธีที่พวกเขาชนะต่างหาก มันคือการ "ยืมอาวุธของคู่ต่อสู้มาต่อยหน้า" อย่างโหดเหี้ยมที่สุด
ลองนึกภาพตามนะครับ — โรแบร์โต เด แซร์บีร์ กุนซือจอมแทคติกที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมใหม่ กำลังจะปั้นสเปอร์สให้เป็นทีมที่ครองบอลได้เหนือกว่า เปิดเกมรุกใส่คู่แข่งทุกราย เดินเกมบุกแบบมีสไตล์ แต่กลับโดนเบรนท์ฟอร์ดเล่นงานด้วยเกมเพรสซิ่งสูงใส่ไม่ยั้ง วิ่งสู้ฟัดแบบไม่กลัวใคร และเปลี่ยนการครองบอลของสเปอร์สให้กลายเป็นฝันร้ายทันทีที่บอลหลุด
มันเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นอนาคตของสเปอร์สภายใต้การคุมทีมของเด แซร์บีร์ได้ชัดเจนมาก — ถ้าคุณอยากเล่นบอลสไตล์นั้น คุณต้องมีทั้งความกล้าและความสามารถในการรับมือกับทีมที่สู้ด้วยความเข้มข้นแบบนี้ให้ได้ ซึ่งวันนี้เบรนท์ฟอร์ดคือบททดสอบที่โหดร้ายที่สุด
สเปอร์สไม่ได้แพ้เพราะขาดคุณภาพนักเตะ แต่แพ้เพราะแผนการเล่นที่ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยกับแนวคิดของกุนซือใหม่ ทีมที่เด แซร์บีร์ต้องการคือทีมที่กล้าเล่นบอลจากแดนหลัง กดดันคู่แข่งให้สูง และหมุนเวียนตำแหน่งกันตลอดเวลา แต่นักเตะสเปอร์สหลายคนยังติดนิสัยเดิมๆ ที่เคยชินกับการเล่นภายใต้ระบบของอังเก้ ปอสเตโคกลู ที่เน้นการโต้กลับด้วยความเร็วมากกว่า
ผลลัพธ์ที่ออกมาคือครึ่งๆ กลางๆ — ครองบอลได้เยอะแต่ไม่มีประโยชน์ ถูกเบรนท์ฟอร์ดดักทางทุกจังหวะ และแพ้ด้วยเกมเดียวที่ทีมเยือนนิ่งกว่า ฉลาดกว่า และเด็ดขาดกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการปรับตัวแค่ไม่กี่วัน แต่คือการปฏิวัติวิธีคิดทั้งระบบของทีม
สิ่งที่เบรนท์ฟอร์ดทำได้ดีกว่าสเปอร์สในเกมนี้คือ "ความชัดเจนในบทบาทของตัวเอง" ทีมเล็กอย่างเดอะบีส์รู้ดีว่าตัวเองไม่มีทรัพยากรเท่ายักษ์ใหญ่ พวกเขาจึงเลือกเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดที่สุด — วิ่งเยอะ ชนะจังหวะสอง และเล่นกับพื้นที่ว่างด้านหลังกองหลังคู่แข่งซึ่งเปิดกว้างเพราะสเปอร์สต้องดันสูงตามสไตล์ของเด แซร์บีร์
มันคือการเล่นที่ "ฉลาดแกมโกง" และทำให้เห็นว่าการเป็นทีมที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องครองบอลเหนือกว่าเสมอไป บางครั้งการยอมเสียบอลเพื่อรอจังหวะโต้กลับที่คมกริบก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ซึ่งบทเรียนนี้คือสิ่งที่เด แซร์บีร์ต้องรีบสอนนักเตะสเปอร์สโดยด่วน
ปัญหาหลักของสเปอร์สในเกมนี้
การครองบอลที่ไร้ประสิทธิภาพ — ได้บอลเยอะแต่สร้างโอกาสจบสกอร์ไม่ได้ ขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย
จุดอ่อนที่เบรนท์ฟอร์ดโจมตีซ้ำๆ
พื้นที่ว่างหลังแนวรับที่ดันสูงเกินไป โดนสวนกลับด้วยความเร็วของกองหน้าคู่แข่งจนรับมือไม่ทัน
สิ่งที่เด แซร์บีร์ต้องแก้ด่วนที่สุด
ความเข้าใจเรื่องจังหวะการเล่นของทีม — ไม่ใช่ทุกจังหวะที่จะเล่นบอลสั้นจากแดนหลังได้ บางจังหวะต้องรู้จักเล่นยาวหรือทิ้งบอลเพื่อเซฟตัวเอง
เด แซร์บีร์ไม่ใช่โค้ชธรรมดา เขาพิสูจน์ฝีมือมาแล้วกับชัคตาร์ โดเนตสค์ และมาร์กเซย แต่พรีเมียร์ลีกคืออีกหนึ่งมิติของความโหดร้าย โดยเฉพาะการเจอกับทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นเป็นระบบมานานหลายปีและมีเอกลักษณ์ชัดเจน — มันคือการวัด "ความเร็วในการเรียนรู้" ของกุนซือรายนี้ว่าช้าหรือเร็วกว่าที่ลีกจะลงโทษ
ถ้าถามผมว่าเด แซร์บีร์จะข้ามกำแพงนี้ได้ไหม? ผมว่าได้ แต่ต้องใช้เวลา และในพรีเมียร์ลีกเวลาเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสุดๆ สำหรับโค้ชที่เพิ่งคุมทีมใหม่ โดยเฉพาะกับสโมสรที่แฟนบอลใจร้อนอย่างสเปอร์ส
ฟันธงได้เลยว่าเกมนี้อาจเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดของเด แซร์บีร์ในพรีเมียร์ลีก — เพราะมันเปิดโปงว่าความคิดที่สวยหรูบนกระดานแทคติกนั้นไร้ค่า ถ้านักเตะในสนามยังไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไร และถ้าเขาปรับตัวไม่ทันในอีกไม่กี่เกมข้างหน้า คำว่า "โปรเจกต์" จะกลายเป็นคำว่า "ความผิดพลาด" อย่างรวดเร็ว
ที่มา: ESPN FC — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...