ข่าวย้ายทีม
Transfer News
ดิวาซีกลายเป็น "ลูกหนี้" เชลซีตัวจริง: ย้ายแบบยืมหนที่สามในพรีเมียร์ลีก คราวนี้ส่งไปคริสตัล พาเลซ
สองหน้าหนาวซ้อนที่เวสต์แฮมและวิลล่าไม่รอด คราวนี้ถึงคิว "นกอินทรี" จะได้ลองของ แต่นี่มันดีต่อใครกันแน่?
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
เขาว่ากันว่าคนเรายืมเงินเขาไปใช้ หากยืมครั้งที่สองแล้วยังใช้หนี้ไม่หมด ก็น่าจะเริ่มรู้สึกผิดหวังในตัวเองบ้าง แต่อาแซล ดิวาซี ดูเหมือนจะไม่รู้สึกแบบนั้น เพราะเจ้าตัวเพิ่งถูกเชลซีส่งออกไปยืมตัวเป็นหนที่สามติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก คราวนี้ปลายทางคือคริสตัล พาเลซ และนี่คืองานที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะจบลงแบบไหน
จากรายงานของสื่อฝรั่งเศสอย่าง L'Équipe ยืนยันชัดเจนว่าเชลซีตกลงส่งกองหลังชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปีรายนี้ไปให้ทีมของปิแอร์ ซาจ คุมทัพจนจบฤดูกาล โดยไม่มีการระบุออปชันซื้อขาดแต่อย่างใด นั่นแปลว่าหน้าต่างตลาดเดือนมกราคมนี้ เชลซีเลือกที่จะปล่อยดาวเตะที่ตัวเองทุ่มเงิน 45 ล้านยูโรซื้อมาจากโมนาโกเมื่อปี 2023 ออกไปอีกครั้งแบบไร้เงื่อนไขผูกมัด
พูดกันตรงๆ เลยนะ ผมไม่แน่ใจว่าดิวาซีจะรู้สึกยังไงกับการเป็น "นักเตะยืมมืออาชีพ" แบบนี้ สองฤดูกาลที่ผ่านมาเขาโดนส่งไปแอสตัน วิลล่าในช่วงหน้าหนาวปี 2024 จากนั้นก็ไปเวสต์แฮมในปี 2025 ทีมไหนๆ ก็ไม่ได้ซื้อเขาจริงจังสักที มันเหมือนเชลซีกำลังบอกกับทั้งลีกว่า "นี่คือสินค้าลองก่อนซื้อ อยากได้ก็เอาไปทดลองใช้ได้เลย" แต่ปัญหาคือไม่มีใครอยากซื้อจริงๆ สักราย
เส้นทางยืมตัวของดิวาซี
หน้าหนาว 2024 → แอสตัน วิลล่า (ยืมตัว)
หน้าหนาว 2025 → เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ยืมตัว)
หน้าหนาว 2026 → คริสตัล พาเลซ (ยืมตัว)
เรื่องตลกก็คือ แม้ดิวาซีจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเชลซีเลยสักนิด แต่เขากลับเป็นตัวหลักในทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยศึกยูโร 2024 และได้ลงเล่นในศึกเนชันส์ลีกเรื่อยมา แปลว่าฝีเท้าเขาไม่ได้แย่ถึงขั้นต้องโดนโละทิ้ง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าสไตล์การเล่นของเขาไม่เข้ากับระบบของสิงห์บลูส์ หรือพูดง่ายๆ คือเชลซีซื้อมาแล้วใช้ไม่เป็น แล้วก็ไม่รู้จะใช้ยังไง เลยเลือกวิธียืมออกไปเรื่อยๆ แทนที่จะยอมรับความผิดพลาดแล้วขายขาดทุน
สำหรับคริสตัล พาเลซ ภายใต้การคุมทีมของปิแอร์ ซาจ อดีตกุนซือลียงที่เพิ่งเข้ามารับงานแทนโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ การได้ดิวาซีมาเสริมแนวรับถือว่าไม่ใช่การเสริมทัพที่แย่ แต่ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะพาเลซกำลังต้องการกองหลังที่อ่านเกมดีและเล่นบอลกับเท้าได้เนียนๆ ไม่ใช่กองหลังสายบู๊ที่เน้นเข้าปะทะเป็นหลัก ซึ่งดิวาซีก็ไม่ใช่กองหลังยุคใหม่ที่เล่นบอลจากแนวรับได้เฉียบขาดอะไรขนาดนั้น
ผมมองว่าดีลนี้มันคือ "การยืมเพื่อรอวันหมดสัญญา" มากกว่า เพราะสัญญาของดิวาซีกับเชลซีเหลือถึงแค่กลางปี 2029 เท่านั้น ยังมีเวลาให้เชลซีต้องแบกค่าเหนื่อยไปเรื่อยๆ แต่มูลค่าตัวของเขาลดลงทุกวันแบบไม่รู้จบ ถ้าเชลซีไม่มีแผนจะใช้เขาจริงๆ แล้วทำไมไม่ตัดใจขายทิ้งไปเลย? คำตอบเดียวที่พอจะเดาได้คือพวกเขาอยากรอดูฟอร์มกับพาเลซก่อนว่ายังพอเรียกเงินทุนคืนได้บ้างหรือเปล่า
ส่วนตัวดิวาซีเอง การย้ายไปพาเลซครั้งนี้ก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้ลงเล่นต่อเนื่องในลีกที่ดีที่สุดในโลก และได้อยู่กับโค้ชที่กล้าดันเด็กอย่างปิแอร์ ซาจ ซึ่งอาจจะช่วยเรียกฟอร์มเก่งของเขากลับมาได้บ้าง แต่ถ้าถามผมตรงๆ ผมว่าเขาควรจะเริ่มคิดถึงอนาคตของตัวเองให้หนักกว่าเดิม เพราะการเป็นนักเตะยืมตัวสามครั้งซ้อนในสามปีมันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจสำหรับกองหลังทีมชาติฝรั่งเศสตัวจริงสักเท่าไหร่
ท้ายที่สุดแล้ว ดีลนี้มันดีกับใคร? เชลซีได้ลดภาระค่าเหนื่อยในระยะสั้น พาเลซได้ตัวเลือกเสริมแนวรับโดยไม่ต้องเสี่ยงซื้อขาด ส่วนดิวาซีได้ลงเล่นต่อเนื่อง แต่คำถามที่ค้างคาคือหลังจากจบฤดูกาลนี้ เขาจะยังเป็นนักเตะยืมตัวอีกครั้งในหน้าหนาวหน้าหรือเปล่า หรือว่าครั้งนี้เขาจะทำผลงานได้ดีพอจนมีทีมไหนยอมทุ่มเงินซื้อขาดสักที
สรุปให้ฟังแบบไม่ต้องคิดเยอะ: ดิวาซีคือกองหลังดีมีประโยชน์ แต่เชลซีใช้ไม่เป็น แล้วก็เลือกที่จะปล่อยยืมซ้ำซากแทนการตัดใจขายขาดทุน พาเลซได้ตัวมาลองใช้ฟรีๆ ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าถามว่าดีลนี้จะเปลี่ยนชะตากรรมของใครสักคนไหม? บอกได้เลยว่าไม่น่าจะเปลี่ยนอะไรใหญ่โต เพราะสุดท้ายแล้วดิวาซีก็ยังเป็นแค่ "นักเตะยืมตัว" ที่รอวันให้ใครสักคนยอมรับเขาเป็นของจริงสักที
ที่มา: L'Équipe — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...