วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
ทุ่มเงินสามพันล้านก็ไม่ช่วย! สเปอร์สยังเป็นทีมที่ "ไร้หัวใจ" เหมือนเดิม ปัญหามันอยู่ที่ดีเอ็นเอ ไม่ใช่สโมสร
เดอ แซร์บี้ มาคุมทีม เปลี่ยนโครงสร้าง ควักเงินถุงเงินถัง แต่พอตกเป็นรองอีกครั้ง แฟนบอลก็ได้แต่จับหัวจับเข่า เพราะรู้ดีว่ามันต้องจบยังไง
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอาล่ะ ถึงเวลาที่แฟนสเปอร์สต้องเริ่มตื่นตระหนกกันหรือยัง? คำถามนี้ฟังดูเหมือนเป็นปริศนาธรรมดา แต่สำหรับทีมอย่างท็อตแน่ม มันคือคำถามที่ตลกขบขันที่สุดในโลกฟุตบอล เพราะความจริงก็คือ สเปอร์สไม่เคยหยุดตื่นตระหนกเลยแม้แต่นาทีเดียว พวกเขาตื่นตระหนกตอนเสียประตู พวกเขาตื่นตระหนกตอนยิงประตูได้ พวกเขาตื่นตระหนกตอนครองบอล และตื่นตระหนกตอนเสียบอลให้คู่แข่ง มีเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือตอนนี้มีกุนซือหน้าใหม่ โรแบร์โต้ เดอ แซร์บี้ ที่สีหน้าของเขาสื่อถึงความตื่นตระหนกถาวรได้อย่างลงตัว ราวกับคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องน้ำแล้วมีคนมาเปิดประตูตลอดเวลา
ฟังดูอาจจะเว่อร์ แต่ถ้าดูจากสถิติแล้ว มันไม่ได้เว่อร์เลยแม้แต่น้อย ปีหนึ่งๆ พวกเขาตื่นตระหนกจนเผลอไปได้แชมป์ยูโรปาลีกด้วยซ้ำ (ซึ่งก็คือการตื่นตระหนกไปเรื่อยจนบังเอิญชนะ) สำหรับแฟนบอลสเปอร์สที่หัวใจสั่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิม สโมสรแห่งนี้ไม่ได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เคารพรัก แต่เป็นเหมือน "ผีหลอก" ติดตัวไปตลอดชีวิต คั่นด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองที่สร้างความฉงนเป็นระยะๆ
คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังที่ฝังรากลึกของแฟนๆ ได้ตั้งแต่จังหวะที่ แอนโธนี่ เอลังกา ซัดบอลแบบไม่คาดคิดไปชนเสาแล้วกลิ้งข้ามเส้นเข้าประตูให้ นิวคาสเซิ่ล ขึ้นนำ นี่คือสัญญาณของทีมที่ "ยอมจำนน" ไปแล้วในใจ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 ที่พวกเขาถล่ม แอสตัน วิลล่า 4-1 สเปอร์สตกเป็นฝ่ายตามหลังในทุกเกมการแข่งขันรวม 44 ครั้ง และพวกเขากลับมาชนะได้สำเร็จ... ศูนย์ครั้ง ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่คือเรื่องจริง
มันเป็นอะไรที่ติดตัวมาแต่กำเนิดและระบาดไปทั่วทั้งสโมสร เราเรียกว่า "โรคสเปอร์สเรื้อรัง" (Long Tottenham) ซึ่งแม้จะเปลี่ยนโค้ชใหม่ เปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหาร และทุ่มเงินค่าตัวนักเตะมากกว่า 350 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด และประตูปิดกล่องของ โยอานน์ วิสซ่า ในเกมนั้น ก็สร้างความเซอร์ไพรส์ให้ใครไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ปัญหาของสเปอร์สมันไม่ได้อยู่ที่ตัวนักเตะหรือแทคติกอีกต่อไปแล้ว มันอยู่ที่ "จิตวิญญาณ" ของสโมสรที่ถูกกัดกร่อนมานานนับทศวรรษ พวกเขาคือทีมที่สร้างวัฒนธรรมแห่งความพ่ายแพ้ให้เป็นเรื่องปกติ เวลาตกเป็นรอง ทุกคนในสนาม รวมถึงแฟนบอลบนอัฒจันทร์ ต่างมีสีหน้าเดียวกันหมด นั่นคือ "เอาแล้วไง" เดอ แซร์บี้ จะเก่งแค่ไหน ถ้าอยากแก้เกม แต่ผู้เล่นในสนามใจหลุดไปแล้วตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก มันก็ไม่มีทางสำเร็จ
สถิติที่ฟ้อง
ตามหลัง 44 ครั้งในทุกรายการ กลับมาชนะ 0 ครั้ง นับตั้งแต่ธันวาคม 2024
เงินที่ทุ่มไป
มากกว่า 350 ล้านปอนด์ กับค่าเหนื่อยมหาศาล แต่ผลลัพธ์ยังเป็น "หมอก" จับต้องไม่ได้
ตัวแปรใหม่
เดอ แซร์บี้ เปลี่ยนหน้าตาเกมรุกได้บ้าง แต่หัวใจของทีมยัง "บาง" เท่าเดิม
การลงทุนมหาศาลในตลาดซื้อขายมันเหมือนการทาแป้งกลบรอยแผลเป็นลึกๆ มันอาจทำให้ดูดีขึ้นชั่วคราว แต่พอโดนความกดดันจริงๆ รอยแผลนั้นก็จะแตกออกมาอีก เกมกับนิวคาสเซิ่ลไม่ใช่เกมแรกที่สเปอร์สแพ้เพราะความขลาดกลัว และมันจะไม่ใช่เกมสุดท้าย ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดทั้งระบบ การเปลี่ยนโค้ชมันไม่พออีกต่อไป พวกเขาต้อง "รีเซ็ต" ดีเอ็นเอของสโมสรทั้งหมด
ฟังฉันเถอะ สเปอร์สไม่ได้ต้องการกองหน้าค่าเหนื่อยแพงๆ หรือกองกลางตัวรับอีกหนึ่งคน พวกเขาต้องการ "กระดูกสันหลัง" และ "หัวใจ" ที่หายไปนานแล้ว ถ้ายังซื้อนักเตะแพงๆ มาอุดรูรั่วโดยไม่ซ่อมรากฐานภายใน ฤดูกาลนี้ก็จะจบลงด้วยเสียงถอนหายใจเหมือนทุกที และผมกล้าฟันธงเลยว่า เดอ แซร์บี้ จะอยู่คุมทีมไม่ครบฤดูกาล ถ้ายังแก้จุดนี้ไม่ได้
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...