วิเคราะห์แทคติก
Tactics
แมนยูฯ ยังหลงยุค! ตลาดนักเตะพังยับ โดนหงส์แดงเทียบให้เห็นความต่างแบบไม่ต้องปรานี
เป้าหมายที่หมายตาไว้โดนแย่งไปหมด ขณะที่ลิเวอร์พูลเดินหมากได้เฉียบขาด — นี่ไม่ใช่เรื่องดวง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอกเข้าอกเข้าใจนะว่าการเป็นแฟนผีแดงในยุคนี้มันทรมานแค่ไหน ดูทีมตัวเองซื้อใครก็ไม่ได้ดั่งใจ ขณะที่จ้องตาคู่อริอย่างลิเวอร์พูลคว้านักเตะเข้าถิ่นแอนฟิลด์แบบไม่พลาดเป้า ความรู้สึกมันเหมือนโดนถ่มน้ำลายรดหน้าซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
ประเด็นล่าสุดที่ Mirror Football หยิบมาสะกิดแผลให้แสบอีกครั้ง คือการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องมองดูเป้าหมายในตลาดซื้อขายฤดูร้อนนี้เลือกย้ายไปอยู่กับทีมคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกแทนที่จะมาคาราวด์โอลด์ แทรฟฟอร์ด มันไม่ใช่เรื่องของ "นักเตะไม่เอา" แต่มันคือภาพสะท้อนว่า สโมสรระดับตำนานแห่งนี้กำลัง "อยู่ในอดีต" จริงๆ ตามที่ถูกกล่าวหา
ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าคุณเป็นนักเตะระดับท็อป วัย 25-26 ปี กำลังพีค ทางเลือกของคุณคือ ไปอยู่กับทีมที่มีระบบการเล่นชัดเจน มีผู้จัดการทีมที่วางแท็กติกแน่นอน มีแผนพัฒนาเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน หรือจะไปอยู่กับทีมที่เปลี่ยนโค้ชทุกปี เปลี่ยนแผนทุกซีซัน โครงสร้างบริหารวุ่นวายจนหาจุดยืนไม่เจอ? คำตอบมันชัดเจนเกินกว่าจะต้องคิดให้เสียเวลา
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงความต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างสองสโมสรดังแห่งศึกแดงเดือด ในขณะที่ลิเวอร์พูลภายใต้การนำของอาร์เน่ สล็อต เดินหน้าสร้างทีมอย่างเป็นระบบ มีการสอดแนมเป้าหมายล่วงหน้านานเป็นปี มีการเจรจาที่แนบเนียน และปิดดีลได้อย่างเงียบเชียบ แต่แมนยูฯ กลับดูเหมือนกำลังไล่จับผีเสื้อกลางทุ่ง เอะอะโวยวายไปหมด แต่สุดท้ายก็ได้แต่มองผีเสื้อบินหนีไปเกาะดอกไม้อื่น
มันน่าอายไหมล่ะ? แน่นอนว่ามันน่าอาย แต่ที่แย่กว่านั้นคือ มันไม่ได้เพิ่งเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ และมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายถ้ายังไม่แก้ที่ต้นเหตุ
คำถามคือ ต้นเหตุมันอยู่ที่ไหน? หลายคนโทษตระกูลเกลเซอร์ หลายคนโทษจอห์น เมอร์เทอห์ หรือ แดน แอชเวิร์ธ บ้างก็โทษว่าผู้จัดการทีมอย่างเอริค เทน ฮาก ไม่มีอำนาจตัดสินใจพอที่จะดึงดูดนักเตะระดับท็อปให้มาร่วมงานได้
แต่ผมว่ามันลึกไปกว่านั้น มันคือ "วัฒนธรรม" ของสโมสรที่ยึดติดกับความยิ่งใหญ่ในอดีตมากเกินไป ทีมงานที่คัดเลือกนักเตะยังทำงานแบบโบราณ ใช้เครือข่ายเอเย่นต์เฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ใช้ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) อย่างจริงจังเหมือนทีมชั้นนำอื่นๆ ในยุโรป
ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เห็นได้ชัด
การเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง ทำให้ไม่มีเอกลักษณ์ในการดึงนักเตะ ขาดความต่อเนื่องในการวางแผนระยะยาว
ระบบสรรหานักเตะที่ล้าสมัย
พึ่งพาชื่อเสียงและเอเย่นต์ มากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อหานักเตะที่เหมาะกับระบบการเล่นจริงๆ
ภาพลักษณ์สโมสรที่เสื่อมถอย
นักเตะรุ่นใหม่มองว่าแมนยูฯ เป็นทีมที่กำลังตกต่ำ ไม่ใช่จุดหมายปลายทางในฝันอีกต่อไป
เทียบกับลิเวอร์พูลสิ พวกเขามี "เซ็ปป์" หรือแผนแม่บทที่ชัดเจน รู้ว่าต้องการนักเตะแบบไหนมาเติมในตำแหน่งไหน ต่อให้เปลี่ยนผู้จัดการทีมจากเยอร์เก้น คล็อปป์ มาเป็นสล็อต โครงสร้างการสรรหานักเตะก็ยังคงเดิม ไม่สะดุดเลยแม้แต่นาทีเดียว
นี่คือบทเรียนราคาแพงที่แมนยูฯ ต้องเรียนรู้ ถ้ายังฝังหัวกับความสำเร็จยุคเฟอร์กี้ และไม่ยอมปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของฟุตบอลสมัยใหม่ ก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าอนาคตอันใกล้ พวกเขาจะต้องดิ้นรนเพื่อแย่งโควตายูโรปา ลีก หรือแม้แต่คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยซ้ำ
ฟังนะแฟนผีแดง ความจริงมันโหดร้าย แต่เราต้องเผชิญหน้ากับมัน แมนยูฯ ไม่ได้แพ้แค่ในสนาม แต่แพ้ในห้องประชุม ในระบบสcouting ในทุกขั้นตอนของการสร้างทีม ถ้ายังไม่กล้าทุบโครงสร้างเก่าทิ้งแล้วเริ่มใหม่แบบถอนรากถอนโคน อีก 10 ปีข้างหน้า เราอาจจะได้แต่เล่าความหลังถึงยุคเฟอร์กี้ให้หลานฟัง และร้องไห้กับปัจจุบันที่ไม่มีอะไรจะให้ภูมิใจ นี่ไม่ใช่การมองโลกในแง่ร้าย แต่คือการฟันธงตามที่เห็น
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...