วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
สิงห์บลูส์ยุคใหม่: อาลอนโซ่มาถึง เอนโซ่จะไปต่อ หรือ เชลซีกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน?
ฤดูกาลใหม่ยังไม่ทันเริ่ม ปัญหาเก่าก็ยังไม่จบ นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสโมสรที่หลงทางมานาน
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เชลซีไม่เคยทำให้เรารู้สึกเบื่อได้จริงๆ นี่มันแค่ช่วงปรีซีซั่น แต่ข่าวคราวของสโมสรแห่งนี้หนาแน่นพอๆ กับละครน้ำเน่าฉากสุดท้ายของซีซั่นที่แล้ว ทั้งโค้ชใหม่ทั้งทีม ทั้งนักเตะค่าตัวแพงที่อนาคตไม่แน่นอน และความหวังที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่บนซากปรักหักพังของยุคโบห์ลี่ที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีกยังไม่ทันเริ่มด้วยซ้ำ แต่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ มันมีอะไรให้ต้องจับตามองเยอะกว่าหลายทีมรวมกัน
พูดกันตรงๆ เลย ฤดูกาลที่แล้วมันคือหายนะที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว การทุ่มเงินไปเกือบพันล้านปอนด์เพื่อแลกกับอันดับกลางตาราง มันไม่ใช่แค่ความล้มเหลว แต่มันคือการดูถูกความฉลาดของแฟนบอลที่รักสโมสรแห่งนี้มานาน แต่นั่นคืออดีตไปแล้ว เพราะตอนนี้พวกเขามี "จาบี อาลอนโซ่" กุนซือเลือดบาสก์ที่หลายคนยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแท็คติกหนุ่มที่เก่งที่สุดในยุโรป ยืนอยู่หลังไมค์ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี่คือการประกาศว่าเชลซีจะเล่นในสไตล์ที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับอาลอนโซ่คือความชัดเจนในแนวทางของเขา ไม่มีการทดลองงมเข็มในมหาสมุทรแบบพอตเตอร์ หรือการฝืนใช้แผนเดิมๆ แบบปอเช็ตติโน่ เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากลูกทีม ฟุตบอลของเขามีทั้งความดุดันในการครองบอลและความเฉียบคมในการเปลี่ยนเกมรุก มันคือปรัชญาที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่เชลซีขาดหายไปนานมากแล้ว แต่คำถามคือ นักเตะชุดนี้ตอบโจทย์เขาได้จริงหรือ?
ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดและร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นอนาคตของ เอนโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางค่าตัวสถิติสโมสรที่ผลงานดร็อปลงไปอย่างน่าตกใจในซีซั่นที่ผ่านมา ข่าวลือเรื่องการย้ายออกหนาหูมากจนแทบไม่ต้องเดาเลยว่าตัวแทนของเขากำลังยื่นข้อเสนอให้กับหลายสโมสรในยุโรปอยู่ คำถามคืออาลอนโซ่จะมองเห็นอะไรในตัวเขาบ้าง? เพราะถ้าดูจากแท็คติกของอาลอนโซ่ที่เลเวอร์คูเซ่น เขาต้องการมิดฟิลด์ที่วิ่งเยอะ เอาชนะเพรสซิ่งได้ และจ่ายบอลทะลุแนวรับได้คม ซึ่งเอนโซ่ในฟอร์มปัจจุบันมันห่างจากมาตรฐานนั้นไปไกลโข
ผมมองว่ามันเป็นเกมต่อรองระหว่าง "ค่าตัว" กับ "ฟอร์ม" ถ้าเชลซีขายเขาตอนนี้ก็คงขาดทุนยับเยิน แต่ถ้าเก็บไว้แล้วไม่สามารถดึงฟอร์มเก่งกลับมาได้ มันก็จะกลายเป็นภาระที่ถ่วงทีมไปอีกยาวนาน การตัดสินใจครั้งนี้จะบ่งบอกถึงทิศทางของสโมสรได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น ว่าแท้จริงแล้วพวกเขากำลังสร้างทีมเพื่ออนาคต หรือแค่กอบกู้วิกฤตการเงินระยะสั้น
นอกเหนือจากเรื่องเอนโซ่แล้ว ยังมีนักเตะใหม่อีกหลายรายที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง งบประมาณมหาศาลที่ถูกทุ่มออกไปอีกครั้งในซัมเมอร์นี้ มันคือการเดิมพันครั้งใหญ่ของเหล่าผู้บริหาร การซื้อนักเตะอายุน้อยจำนวนมากอาจฟังดูดีในกระดานข่าว แต่ในสนามจริงมันต้องการเวลาในการประสานงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรีเมียร์ลีกไม่เคยให้ความเมตตากับใครทั้งนั้น
อาลอนโซ่จะต้องเจอกับความกดดันมหาศาลจากทั้งสื่อและแฟนบอลที่เบื่อหน่ายกับคำว่า "โปรเจกต์" และ "อนาคต" พวกเขาต้องการผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นั่นคือการกลับไปลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง และถ้าผลงานช่วงเปิดฤดูกาลไม่เป็นใจ ความอดทนของทุกฝ่ายจะหมดลงอย่างรวดเร็ว เพราะในวงการฟุตบอลสมัยนี้ ไม่มีใครมีเวลารอคอยอะไรนานๆ หรอก โดยเฉพาะกับทีมที่ทุ่มเงินไปขนาดนี้
ประเด็นหลักที่ต้องจับตา
การปรับตัวของอาลอนโซ่กับความเร็วและความหนักแน่นของพรีเมียร์ลีก อีกทั้งการจัดการขุมกำลังนักเตะที่ล้นทีมให้ลงตัวภายในเวลาอันจำกัด
อนาคตของเอนโซ่ เฟร์นานเดซ
จะขายทิ้งเพื่อตัดขาดความเสียหาย หรือจะเก็บไว้เพื่อพิสูจน์ว่ายังเป็นนักเตะระดับโลกได้จริงภายใต้ระบบใหม่
ผลงานของนักเตะใหม่
การซื้อตัวครั้งใหญ่ต้องตอบโจทย์บนสนาม ไม่ใช่แค่ในบัญชีการเงินหรือบนโซเชียลมีเดียของสโมสร
เอาจริงๆ ผมมองว่าเชลซีชุดนี้มีดีกว่าที่หลายคนคิด ถ้าอาลอนโซ่สามารถทำให้ระบบของเขาลงตัวได้เร็ว พวกเขาจะเป็นทีมที่น่ากลัวมาก เพราะขุมกำลังนักเตะมีความหลากหลายและมีพรสวรรค์แฝงอยู่เพียบ แต่ถ้าทำไม่ได้ สิ่งที่จะตามมาคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งคงเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับแฟนบอลที่เหนื่อยหน่ายกับความไม่แน่นอนมานานเกินไปแล้ว
ฤดูกาลนี้ของเชลซีจะไม่มีความหมายกลางๆ มันจะไปสุดทางใดทางหนึ่งเสมอ อาลอนโซ่คือคำตอบสุดท้ายของคำถามที่ว่าเชลซีจะกลับมาเป็นทีมที่ "น่ากลัว" อีกครั้งหรือไม่ ถ้าเขาทำสำเร็จ นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคทองใหม่ แต่ถ้าล้มเหลว นี่อาจเป็นบทสรุปของวงจรความวุ่นวายที่ไม่มีวันจบสิ้นของพวกเขา
ที่มา: Sky Sports Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...