ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
เสียดายของแท้! อดีตดาวดังผีรับ "ย้ายมาผิดจังหวะ" อยากไปสิงห์ไกล้ตายก่อนซบโอลด์แทรฟฟอร์ด
ย้อนรอยดีลที่เกือบพลิกชีวิตค้าแข้ง หลังยุคเฟอร์กี้เริ่มไม่ไหว
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
มันคือเรื่องคลาสสิกของวงการลูกหนังที่เราพูดกันได้ไม่เคยเบื่อ "จังหวะชีวิต" มันสำคัญกว่าฝีเท้าบางครั้งนะเว้ย และกรณีของอดีตมิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติเนเธอร์แลนด์รายหนึ่ง คือตัวอย่างชัดๆ ที่จะเอามาเล่าให้ฟังวันนี้
เขาคือ ดอนนี ฟาน เดอ บีก นักเตะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1.7 พันล้านบาท) ไปคว้าตัวมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในซัมเมอร์ปี 2020 ท่ามกลางความหวังว่าเขาจะเป็นอนาคตของแผงกลาง แต่สุดท้ายกลายเป็นหนึ่งในดีลที่คนจำได้ว่า "ไปไม่เป็น" กับทีมใหญ่เกินไปหรือเปล่า?
ล่าสุด เจ้าตัวออกมาเปิดใจแบบไม่กั๊ก ผ่านสื่อชื่อดังของอังกฤษว่า เขายอมรับตรงๆ ว่าย้ายมาคาราเบ้าผิดเวลา และที่สำคัญกว่านั้นคือ ใจเขาอยากไปเชลซีมานานแล้ว ฟังแล้วก็อดคิดตามไม่ได้ว่า ถ้าวันนั้นดีลกับสิงห์บลูส์ไม่พลาดฉิวเฉียด ชีวิตค้าแข้งของเขาจะเป็นอีกแบบไหม?
เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนที่ผีแดงจะกระชากตัวเขามาร่วมทีม ฟาน เดอ บีก เคยเกือบได้ย้ายไปอยู่กับเชลซีมาแล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน แต่ดีลมันก็ล่มไม่เป็นท่าในนาทีสุดท้ายทั้งสองหน และสุดท้ายเขาก็ต้องมาลงเอยที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านหลังเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้วหลายปี
เขาบอกว่าช่วงเวลาที่มาถึงมัน "ผิดจังหวะ" เพราะทีมกำลังวุ่นวายกับการปรับโครงสร้าง ผู้จัดการทีมเปลี่ยนไปเรื่อย ระบบไม่นิ่ง ฟอร์มตก ไหนจะกระแสข่าวลือเรื่องนักเตะไม่แฮปปี้กับสโมสรอีก สภาพแวดล้อมแบบนั้นมันไม่เหมาะกับการที่นักเตะใหม่จะลงไปพิสูจน์ตัวเองเลยสักนิด
หลายคนอาจจะจำภาพเขานั่งสำรองอยู่ที่อัฒจันทร์เป็นว่าเล่น ทั้งที่ตอนอยู่กับอาแจ็กซ์ เขาคือเพลย์เมกเกอร์ตัวจี๊ดที่พาทีมบุกไปถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก และยิงประตูใส่ยูเวนตุสกับเรอัล มาดริดได้แบบไม่สะทกสะท้าน แต่พอมาอยู่ที่นี่ กลายเป็นแค่ตัวประกอบในละครน้ำเน่าของสโมสร
ฟาน เดอ บีก ยังเล่าต่ออีกว่า ตอนนั้นเขาคิดอยู่เสมอว่าการย้ายมาอังกฤษคือฝันที่เป็นจริง แต่ฝันมันกลายเป็นฝันร้ายเพราะปัจจัยรอบข้างที่ควบคุมไม่ได้ เขายอมรับว่าตัวเองอาจจะไม่พร้อมกับความกดดันและความคาดหวังของสโมสรยักษ์ใหญ่ในเวลานั้นก็เป็นได้
จริงๆ แล้ว ถ้าเรามองย้อนกลับไป มันไม่ใช่แค่เรื่อง "จังหวะ" อย่างเดียว แต่มันคือการวางแผนระยะยาวของสโมสรที่ล้มเหลวด้วยนะ การซื้อนักเตะที่ไม่เข้ากับแท็กติกของกุนซือในขณะนั้น หรือซื้อมาแล้วไม่รู้จะใช้ยังไง มันคือความผิดพลาดของผู้บริหารที่เห็นแก่ชื่อเสียงมากกว่าประโยชน์ในสนาม
สุดท้ายเขาก็ต้องย้ายออกไปแบบเงียบๆ และตอนนี้ก็ไปโลดแล่นอยู่กับทีมในบ้านเกิด ซึ่งก็ถือว่าได้กลับไปมีความสุขกับฟุตบอลอีกครั้ง แต่มันก็เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทั้งตัวนักเตะและสโมสร ที่ต้องจดจำไปอีกนาน
เรื่องนี้มันตอกย้ำให้เห็นว่าฟุตบอลมันไม่ได้ตัดสินกันที่ชื่อเสียงของสโมสรหรือค่าตัวที่แพงลิบลิ่ว แต่ตัดสินกันที่ "ความเหมาะสม" ระหว่างนักเตะ กับระบบ และจังหวะเวลาของทีม ถ้าพลาดจังหวะหนึ่ง ชีวิตทั้งชีวิตอาจจะพลาดไปเลยก็ได้
ฟังแล้วก็อดคิดแทนไม่ได้จริงๆ ว่า ถ้าวันนั้นเขาได้ใส่ชุดน้ำเงินของเชลซี บทสรุปอาชีพอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้ นี่คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่า "ถูกที่ ถูกเวลา" มันสำคัญกว่าคำว่า "ทีมใหญ่" เสมอ และแมนฯ ยูไนเต็ด เองก็ต้องกลับไปทบทวนนโยบายซื้อนักเตะของตัวเองใหม่ ไม่งั้นก็จะเจอดีลแบบนี้อีกเรื่อยไป
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...