Mirror Football นัดต่อไป พบ Ipswich Town · 30 ส.ค. 22:30 น. 6 วันที่แล้ว transfer_talk สรุปข่าวโดย AI

แมนยูยังไม่จบแค่เบลบา! ไมเคิล คาร์ริก เล็งเป้าตัวจริงลุยตลาดต่อ หลังได้คำตอบเรื่องสเกลลี

Mirror Football 22 Aug 2026
ตราสโมสร Manchester United
34 23m
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้



ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS


แมนยูยังไม่จบแค่เบลบา! ไมเคิล คาร์ริก เล็งเป้าตัวจริงลุยตลาดต่อ หลังได้คำตอบเรื่องสเกลลี



ตลาดยังไม่ปิด เกมเปิดฤดูกาลยังไม่เริ่ม ทุกอย่างยังเปลี่ยนได้—และคาร์ริกดูจะรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่




ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที




อกตามตรงนะ—ช่วงซัมเมอร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอบนี้มันไม่ได้เว่อร์วังอลังการเหมือนยุคก่อน แต่ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่ามันไม่ได้จืดชืดอย่างที่หลายคนคิด ไมเคิล คาร์ริก ไม่ใช่กุนซือที่ชอบโชว์ของในตลาด แต่เขารู้ว่าต้องเอาอะไรเข้าทีม และที่สำคัญกว่านั้น—เขารู้ว่ายังมีอะไรที่ต้องทำอีก ก่อนที่เสียงนกหวีดเปิดฤดูกาลจะดังขึ้น



ข่าวล่าสุดจาก Mirror Football ยืนยันชัดว่าภารกิจของคาร์ริกในตลาดนักเตะรอบนี้ยังไม่จบ แค่การคว้าตัว คาร์ลอส เบลบา (Carlos Baleba) จากไบรท์ตันมาได้นั้นไม่พอสำหรับเขา ยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงาน และดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่แฟนบอลผีแดงจะได้ยิ้มกันอีกครั้ง



ที่มา


เรื่องมันเริ่มจากที่ ยูไนเต็ด ต้องการเสริมแดนกลางให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น หลังได้ เบลบา เข้ามาเป็นแกนหลักในอนาคต แต่คาร์ริกรู้ดีว่าการมีมิดฟิลด์ตัวรับเก่งๆ คนเดียวไม่พอสำหรับการลุยหลายรายการ เขาจึงหันไปสนใจ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี (Myles Lewis-Skelly) ดาวรุ่งสารพัดประโยชน์จากอาร์เซนอล ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและมิดฟิลด์ตัวรับ—ประเภทนักเตะที่โค้ชทุกคนในโลกอยากได้ไว้ในทีม เพราะมันคือ "ตัวแก้เกม" ที่แทบไม่มีข้อจำกัดในเรื่องตำแหน่ง



แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาอยากได้หรือไม่—เพราะใครๆ ก็อยากได้—แต่อยู่ที่ว่า อาร์เซนอล จะยอมปล่อยนักเตะอายุ 17 ปีที่กุนซือมิเกล อาร์เตต้า ไว้วางใจขนาดนี้ออกจากทีมจริงหรือ? คำตอบที่คาร์ริกได้รับกลับมา อาจไม่ใช่ข่าวดีสำหรับแฟนผีบางคน



There is still time for Michael Carrick to add to his squad


ฟังดูเหมือนประโยคกลางๆ ใช่ไหม? แต่ถ้าแปลเป็นภาษาคน—มันคือการบอกว่า "คาร์ริกยังมีเวลาอีก และเขาจะใช้มันให้คุ้ม" นี่ไม่ใช่การซื้อเพื่อเอามานั่งสำรอง แต่คือการซื้อเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ทีมมีอยู่จริง อย่าลืมว่าฤดูกาลที่แล้ว ยูไนเต็ด พังไม่เป็นท่าเพราะมิดฟิลด์ตัวรับมีไม่พอ และอาการบาดเจ็บของนักเตะแกนหลักก็เล่นงานทีมหนักมาก



ผลกระทบ


ถ้าคาร์ริกได้ตัวที่ต้องการจริงๆ—ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่อยู่ในลิสต์—มันจะเปลี่ยนหน้าตาแดนกลางของยูไนเต็ดทั้งระบบ การมี เบลบา คอยประกบทำลายเกมคู่แข่ง แล้วมีอีกคนที่เล่นได้ทั้งรุกและรับคอยสนับสนุน มันจะทำให้เกมรับของผีแดงแน่นขึ้น และเกมรุกก็จะลื่นไหลขึ้นเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียบอลกลางสนาม



ส่วนเรื่อง ลูอิส-สเกลลี—บอกตรงๆ ว่าผมมองว่ามันเป็นดีลที่ "ฝันไปเถอะ" มากกว่า อาร์เซนอล ไม่ได้ต้องการเงิน และนักเตะเองก็กำลังพัฒนาฝีเท้าได้อย่างถูกที่ถูกเวลา การที่คาร์ริก "ได้รับคำตอบ" ในเรื่องนี้อาจหมายถึงเขาต้องมองหาทางเลือกอื่นที่สมจริงกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่—เพราะตลาดนักเตะยังมีตัวเลือกดีๆ อีกมากที่ไม่ได้ถูกพูดถึงในสื่อ




ตัวเลือกที่สมจริงกว่า

มิดฟิลด์ตัวรับจากลีกยุโรปที่กำลังร้อนแรง ราคาไม่แพงเกินเหตุ และพร้อมย้ายทีมในซัมเมอร์นี้—นี่คือโปรไฟล์ที่คาร์ริกน่าจะโฟกัสมากกว่าการไปแย่งดาวรุ่งกับทีมใหญ่ด้วยกัน


สิ่งที่ผมอยากให้แฟนบอลเข้าใจคือ—การที่ทีมไม่ได้ซื้อนักเตะชื่อดังทุกวันไม่ได้หมายความว่าทีมไม่พัฒนา การที่คาร์ริกเลือกซื้อแบบมีเป้าหมายชัดเจน มันดีกว่าการทุ่มเงินซื้อแบบสุ่มๆ แล้วหวังว่าเขาจะเข้ากับระบบได้เอง แมนยู ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ซื้อเพราะชื่อเสียงอีกต่อไปแล้ว



และที่สำคัญ—เกมเปิดฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงคือบทพิสูจน์แรก ว่าแผนทั้งหมดที่วางไว้ในตลาดซัมเมอร์นี้ มันเวิร์กจริงหรือไม่ แฟนบอลอย่างเราๆ คงต้องรอดูกันแบบลุ้นระทึก ว่าคาร์ริกจะปิดดีลสุดท้ายทันเส้นตายหรือไม่ และทีมจะพร้อมแค่ไหนสำหรับการลุยศึกที่โหดหินที่สุดในโลกใบนี้



💡

ฟังนะ—แมนยูไม่ได้ต้องการนักเตะเพิ่มอีก 10 คน พวกเขาต้องการ "ตัวจริง" แค่ 1-2 คนที่จะทำให้ทุกอย่างต่อกันเป็นเรื่องเดียวกัน คาร์ริกรู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ และถ้าเขาปิดดีลที่กำลังไล่ล่าได้ทันก่อนเปิดซีซัน... ผมบอกได้เลยว่าฤดูกาลนี้ของผีแดงจะน่ากลัวกว่าที่หลายคนคิดไว้มาก



ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ


#ManchesterUnited #ManUtdTransfer #CarrickTransferPlan

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...