วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
เปิดฉากลาลีกา: บาร์ซ่าหรือราชันชุดขาว ใครจะคว้าแชมป์? ฟันธงให้จบ!
สองยักษ์ใหญ่ทุ่มหนักตลาดซัมเมอร์ แต่คำถามคือทีมไหนจะปิดจ็อบได้จริงในฤดูกาลที่เส้นทางแชมป์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 7 นาที
สเปนไม่ได้หลับไหลในซัมเมอร์นี้ บาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด ทุ่มเงินกันเป็นว่าเล่นเพื่อเสริมทัพ แต่การทุ่มเงินไม่เคยการันตีความสำเร็จ ฤดูกาลใหม่ของลาลีกากำลังจะเริ่มขึ้น และมันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแยกขี้ปากว่าทีมไหนมีของจริง ทีมไหนแค่สร้างภาพ อย่ามัวแต่มองแค่ชื่อชั้น เพราะฟุตบอลสเปนมันโหดร้ายกว่าที่คิด
ฤดูกาลที่แล้วจบลงด้วยความหายนะของบาร์เซโลน่าที่เสียแชมป์ให้มาดริดแบบไม่เห็นฝุ่น แต่ปีนี้ทั้งคู่เปลี่ยนเกมใหม่หมด บาร์ซ่าไปกว้านนักเตะอย่างดานี่ โอลโม่ และเปา วิคเตอร์ ขณะที่ราชันชุดขาวได้คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มาร่วมทัพแบบฟรีๆ ฟังดูสวยหรูทั้งคู่ แต่คำถามใหญ่คือระบบทีมจะลงตัวหรือไม่ อย่าลืมว่าการมีนักเตะเก่งๆ ตั้ง 11 คนในสนาม ไม่ได้แปลว่าจะเล่นเป็นทีมได้
จากรายงานของ ESPN FC นักวิเคราะห์ต่างตั้งคำถามใหญ่ๆ ไว้สองสามข้อ หนึ่งคือบาร์เซโลน่าจะรับมือกับความกดดันในถิ่นคัมป์ นู ได้แค่ไหน สองคือเอ็มบัปเป้จะปรับตัวเข้ากับระบบของคาร์โล อันเชล็อตติ ได้เร็วเพียงใด และสามคือทีมอย่างฌิโรน่า หรืออัตเลติโก มาดริด จะเข้ามาเป็นม้ามืดแย่งชิงบัลลังก์ได้หรือไม่
ผมจะบอกให้ตรงๆ เลยว่า บาร์เซโลน่ามีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใหญ่กว่าแค่เรื่องนักเตะ เรื่องการเงินของสโมสรยังไม่จบ แม้จะขายนักเตะออกไปบ้าง แต่การขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่ยังต้องดิ้นรนทุกตลาด ซื้อนักเตะมาแล้วลงทะเบียนไม่ได้ นี่มันคือความตลกที่เห็นแล้วขำไม่ออก ส่วนมาดริดนั้นมีปัญหาน้อยกว่าเรื่องเงิน แต่ปัญหาของพวกเขาคือการจัดตำแหน่งให้ลงตัว
ถ้าเราพูดถึงแทคติก มาดริดมีตัวเลือกในแนวรุกที่โหดร้าย เอ็มบัปเป้, วินิซิอุส จูเนียร์, โรดรีโก้ และจู๊ด เบลลิงแฮม นี่มันคือฝันร้ายของกองหลังทุกทีม แต่คำถามคือใครจะยอมนั่งสำรอง? อันเชล็อตติต้องบริหารจัดการอีโก้ของนักเตะระดับโลกให้ได้ ซึ่งไม่ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว ผมว่าปีนี้จะเป็นบททดสอบที่แท้จริงของนายใหญ่ชาวอิตาเลียน
ฝั่งบาร์ซ่า ชาบี เอร์นานเดซ ยังคงเดินหน้าปั้นทีมตามสไตล์ของตัวเอง แต่การขาดเกมรับที่แน่นหนาคือจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด ปีที่แล้วเสียประตูเยอะเกินไปสำหรับทีมที่อยากได้แชมป์ การมาของโอลโม่จะช่วยเรื่องเกมรุก แต่ใครจะช่วยหยุดบอล? นี่คือโจทย์ที่ชาบีต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนที่ฤดูกาลจะเลยครึ่งทาง
อย่าลืมว่าทีมอื่นๆ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อัตเลติโก มาดริด ของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังคงเป็นทีมที่เล่นยากเสมอ และฌิโรน่าที่เพิ่งได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกก็มีของดีๆ ซ่อนอยู่ ปีนี้ลีกอาจจะไม่ได้มีแค่สองม้าแข่งกัน แต่มีถึงสี่ห้าทีมที่พร้อมจะกัดข้อเท้า
3 ตัวแปรที่ชี้ชะตาแชมป์ลาลีกา
1. ฟอร์มของเอ็มบัปเป้กับตำแหน่งที่ถนัดที่สุด 2. ความแข็งแกร่งของเกมรับบาร์เซโลน่า 3. การบริหารจัดการนักเตะในทีมของอันเชล็อตติ
อีกประเด็นที่หลายคนมองข้ามคือเรื่องความลึกของทีม ฤดูกาลนี้มีการแข่งขันถ้วยยุโรปและเกมลีกที่ถี่ขึ้น ทีมที่มีนักเตะชุดเล็กจะเจอปัญหาใหญ่ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ บาร์ซ่ามีนักเตะเยาวชนที่พร้อมจะก้าวขึ้นมา แต่จะให้เด็กๆ ไปรับมือกับเกมใหญ่ๆ ในลีกได้จริงเหรอ? ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
มาดริดดูจะพร้อมกว่าตรงที่พวกเขามีนักเตะหลากหลายตำแหน่งและประสบการณ์สูง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน แบ็คขวายังเป็นปัญหาเรื้อรัง และการพึ่งพาคาร์วัฆาลวัย 32 ปีมากเกินไปก็เสี่ยง ปีนี้อาจเป็นปีที่ดาวดังอย่างอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะได้ย้ายมาแก้เกม แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรการันตี
สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันที่หน้ากระดาษ แต่ตัดสินกันที่สนาม บาร์ซ่าอาจจะพลาดท่าเพราะปัญหานอกสนาม ขณะที่มาดริดอาจจะสะดุดเพราะความไม่ลงตัวในห้องแต่งตัว ทีมที่เอาตัวรอดได้คือทีมที่จัดการปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุด และในมุมมองของผม มาดริดยังมีเกมรับที่ดีกว่าและมีผู้จัดการทีมที่เชี่ยวชาญเรื่องการลุ้นแชมป์มากกว่า นี่แหละคือเหตุผลที่ผมฟันธงให้ราชันชุดขาวเป็นเต็งหนึ่ง
บาร์ซ่าและมาดริดต่างก็มีของดี แต่การลุ้นแชมป์ลาลีกาในปีนี้มันไม่ได้อยู่ที่การทุ่มเงินซื้อนักเตะ แต่อยู่ที่การจัดการทีมให้ลงตัวต่างหาก ใครทำการบ้านได้ดีกว่ากัน ใครรับมือความกดดันได้เหนือกว่าเท่านั้นถึงจะได้แชมป์ และผมยังมองว่ามาดริดมีสูตรสำเร็จที่ดีกว่าในปีนี้
ที่มา: ESPN FC — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...