อัปเดตอาการบาดเจ็บ
INJURY UPDATE
เจ็บนิดเดียวแต่ปั่นป่วนทั้งสโมสร! เมสัน เมาท์ ทำแมนฯยูฯ ต้องพลิกแผนคว้ากองกลางเพิ่มกลางดึก
อาการบาดเจ็บช่วงปรีซีซั่นของเมาท์ไม่ใช่แค่ข่าวเล็กๆ แต่มันคือตัวเปลี่ยนเกมในตลาดซื้อขายของปีศาจแดงทั้งตลาด
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
เริ่มกันที่คำถามง่ายๆ ก่อน — แมนฯยูฯ เพิ่งทุ่มเงินซื้อกองกลางมาแล้วสองคนในซัมเมอร์นี้ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีข่าวว่าพวกเขากำลังจะคว้าตัวที่สามอีกคน? ฟังดูเหมือนคนบ้าช้อปใช่ไหมล่ะ? แต่ถ้าแกะกล่องดูให้ลึกจะพบว่าเรื่องนี้มันไม่ได้บ้าอะไรขนาดนั้น เพราะต้นตอของความวุ่นวายทั้งหมดคืออาการบาดเจ็บของ "เมสัน เมาท์" ในช่วงปรีซีซั่นนี่แหละ ที่ทำให้แผนการทั้งหมดของสโมสรต้องถูกเขวออกจากเส้นทางเดิมโดยสิ้นเชิง
เรื่องมันเริ่มจากที่ เดอะ มิเรอร์ รายงานว่า แมนฯยูฯ เตรียมปิดดีลคาร์ลอส บาเลบา กองกลางดาวรุ่งจากไบรท์ตันเป็นรายที่สามของซัมเมอร์ หลังจากที่เมาท์เจ็บระหว่างทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ จนทำให้เกิด "การถกเถียงภายใน" กันครั้งใหญ่ในบอร์ดบริหารและทีมงานโค้ช ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก? อย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาด เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนของทั้งฤดูกาล
พูดตรงๆ เลยว่า เมาท์ คือนักเตะที่เทน ฮาก หนุนหลังสุดตัว ถึงขนาดพยายามดึงมาจากเชลซีในซัมเมอร์ที่แล้วด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะอยากได้คนที่วิ่งกดดันสูงและเชื่อมเกมระหว่างมิดฟิลด์กับแนวรุกได้ แต่ปัญหาคือ ตั้งแต่ย้ายมาเขาก็เหมือนโดนสาป ฟอร์มไม่คงที่ แถมเจ็บๆ หายๆ ตลอด จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าการซื้อเขามามันคุ้มค่าหรือเปล่า? และอาการบาดเจ็บล่าสุดนี้ก็เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บอร์ดต้องทบทวนอะไรหลายอย่างกันใหม่ครั้งใหญ่
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การที่ทีมต้อง "พลิกแผน" กลางคันแบบนี้ มันสะท้อนให้เห็นว่าแมนฯยูฯ ไม่ได้มีแผนสำรองที่ชัดเจนพอสำหรับตำแหน่งนี้ หรือถ้าจะพูดให้ตรงไปตรงมาก็คือ พวกเขาต้องยอมรับว่าการพึ่งพาเมาท์เพียงคนเดียวมันไม่เวิร์คอีกต่อไปแล้ว การดึงบาเลบามาเสริมจึงไม่ใช่แค่การซื้อนักเตะเพิ่ม แต่คือการ "ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อกระโดดให้ไกลขึ้น" ของทีมงานบริหาร
ทีนี้มาดูที่ตัวนักเตะใหม่อย่างบาเลบากันบ้าง — ดาวรุ่งวัย 20 ปีจากไบรท์ตันที่หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกจับตามองอยู่ไม่น้อย เขาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่อ่านเกมเก่ง วิ่งไม่หยุด และจ่ายบอลแรกได้เฉียบขาด ซึ่งคุณสมบัติพวกนี้แหละที่แมนฯยูฯ กำลังขาดหายไปในแดนกลาง เพราะตอนนี้พวกเขามีแต่ตัวรุกกับตัวรับที่ชัดเจน แต่ขาดคนที่คอยประสานงานและคุมจังหวะเกมให้เดินหน้า-ถอยหลังได้อย่างสมดุล
ถ้าให้วิเคราะห์แบบไม่เกรงใจใครเลยล่ะก็ การที่แมนฯยูฯ ต้องมาเร่งเครื่องแบบนี้ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาด มันคือสัญญาณของความไม่พร้อมและแผนการที่เละเทะ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นการตัดสินใจที่ "กล้าหาญ" เพราะการยอมรับว่าตัวเลือกเดิมใช้ไม่ได้แล้ว แล้วรีบแก้ไขทันที ดีกว่าปล่อยให้ปัญหาเน่าไปเรื่อยๆ จนเสียทั้งฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม แฟนบอลหลายคนคงอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเมาท์ไม่เจ็บ แล้วแผนการซื้อขายของทีมจะยังเป็นแบบนี้หรือเปล่า? คำตอบคือคงไม่ เพราะการซื้อบาเลบาไม่ได้อยู่ในลิสต์แรกๆ ของเทน ฮากแน่นอน แต่นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "ฟุตบอล" — มันไม่เคยเป็นไปตามแผนที่วางไว้เป๊ะๆ และทีมที่ยิ่งใหญ่จะต้องรู้จักปรับตัวให้เร็วที่สุดเท่านั้นถึงจะอยู่รอด
สุดท้ายนี้ แม้ข่าวนี้จะฟังดูเหมือนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มันก็ทำให้เห็นภาพว่าฤดูกาลหน้าของแมนฯยูฯ จะไม่ง่ายเลย พวกเขาต้องสู้ทั้งในลีกและถ้วยยุโรป การมีกองกลางที่แข็งแกร่งและมีตัวเลือกเยอะคือเรื่องจำเป็นที่สุด และถ้าบาเลบามาถึงจริง เขาจะไม่ใช่แค่ตัวสำรอง แต่จะกลายเป็นกำลังสำคัญที่แย่งตำแหน่งตัวจริงกับเมาท์และคนอื่นๆ ได้ทันที
ประเด็นที่ต้องจับตา
ถ้าบาเลบามาถึงจริง เขาจะเบียดเมาท์หลุดตัวจริงเลยหรือไม่? เพราะสไตล์การเล่นต่างกันชัดเจน — เมาท์ถนัดวิ่งทำพื้นที่สูง ส่วนบาเลบาถนัดคุมเกมจากลึก ซึ่งอาจทำให้เทน ฮากต้องปรับแทคติกใหม่ทั้งระบบ
ผลกระทบระยะยาว
การซื้อครั้งนี้จะส่งผลต่องบประมาณในตลาดหน้าด้วย เพราะเงินที่ใช้ไปกับบาเลบาหมายถึงการลดวงเงินสำหรับการเสริมทัพในตำแหน่งอื่นที่ยังเป็นปัญหา เช่น กองหน้าตัวเป้า
ฟันธงได้เลยว่า การที่แมนฯยูฯ ยอมพลิกแผนกลางคันเพื่อคว้ากองกลางเพิ่ม คือการยอมรับความจริงครั้งใหญ่ที่สุดของเทน ฮากว่า "โครงการเมาท์" กำลังจะล้มเหลว และนี่คือการเซฟตัวเองครั้งสุดท้ายของกุนซือดัตช์ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป — ถ้าบาเลบามาแล้วยังไม่เวิร์คอีก อันนั้นแหละคือจุดจบของยุคเทน ฮากอย่างแท้จริง
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...