ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
ร็อดรี้ อำลาเรือใบ: ตำนานที่ไม่ได้มีดีแค่ลูกยิงไกล แต่คือหัวใจของยุคทอง
จากวันแรกที่หลายคนสงสัย ถึงวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องโค้งคำนับ — รวมโมเมนต์ที่ทำให้ร็อดรี้กลายเป็นตำนานของแมนฯ ซิตี้
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
บอกตามตรงนะ ผมไม่ได้มาเขียนไว้อาลัยแบบโลกแตกอะไรขนาดนั้น เพราะนี่คือวงการฟุตบอล ไม่มีใครยิ่งใหญ่เกินทีม แต่ถ้าจะให้พูดถึงการจากไปของ ร็อดรี้ ในครั้งนี้ มันก็เป็นดีลที่ทำให้แฟนบอลเรือใบต้องนั่งคิดนานว่า "เอาล่ะ... ใครจะมาเล่นตำแหน่งนี้ได้วะ?"
BBC Sport เพิ่งปล่อยคลิปรวบรวมโมเมนต์สุดประทับใจของเจ้าของบัลลงดอร์รายล่าสุด ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาอยู่ใต้ร่มเงาของเป๊ป กวาดิโอล่า ไปจนถึงนาทีที่เขาต้องก้มหน้ารับชะตากรรมจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) ที่ทำให้ต้องพักยาวทั้งฤดูกาล และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบในถิ่นเอติฮัด สเตเดียม
หลายคนอาจจำเขาได้แค่ในฐานะ "คนยิงประตูชิงแชมป์ยุโรปนัดชิงชนะเลิศกับอินเตอร์ มิลาน" แต่สำหรับผม ร็อดรี้คือหมากตัวที่ทำให้ขุมกลางของซิตี้เดินต่อได้อย่างไร้รอยต่อ ต่างจากตอนนี้ที่ทีมดูฝืดๆ เวลาบอลขึ้นหน้า ใครจะไปคิดว่าการขาดหายไปของคนๆ เดียวจะทำให้แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยติด ต้องมาเสียท่าให้กับทีมระดับกลางตารางขนาดนี้
ย้อนกลับไปในซัมเมอร์ปี 2019 ซิตี้ทุ่มเงิน 62.6 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขามาจากแอตเลติโก มาดริด ตอนนั้นหลายคน (รวมถึงผม) แอบคิดว่า "แพงไปไหมวะ นักเตะสารพัดประโยชน์แต่ไม่ได้โดดเด่นสุดๆ ซะหน่อย" แต่ไม่นานนัก คำตอบก็ชัดเจน — ร็อดรี้ไม่ได้มาเป็นแค่ตัวเลือกทดแทน แฟร์นันดินโญ่ ที่แก่ลงทุกวัน แต่เขาคืออนาคตของแผงมิดฟิลด์ตัวรับที่เป๊ปต้องการมาตลอด
ผลงานของเขาพูดได้ดังกว่าเสียงวิจารณ์: ยิง 26 ประตู ลงสนาม 260 นัด พร้อมแอสซิสต์อีก 30 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าเขาเก่งแค่ไหน แต่บอกว่าเขาอยู่ในจุดที่ใช่ เวลาที่ใช่ และทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบที่สุดในตำแหน่งที่แทบไม่มีใครมองเห็นความสำคัญ จนกระทั่งเขาไม่อยู่
สารคดีสั้นๆ ของ BBC ทำให้ผมย้อนคิดถึงประเด็นใหญ่ที่แฟนบอลกำลังถกเถียงกัน: การจากไปครั้งนี้คือ "การปิดยุค" หรือแค่ "การเปลี่ยนผ่าน"?
ถ้าถามตรงๆ ผมว่ามันคือการปิดยุคทองของร็อดรี้ในฐานะนักเตะระดับโลกคนหนึ่ง แต่สำหรับแมนฯ ซิตี้ มันคือบททดสอบว่าแท็คติกของเป๊ปยังเวิร์กได้จริงไหม โดยไม่มีเสาหลักคอยคุมจังหวะเกม ความจริงที่โหดร้ายคือ ซิตี้ไม่มีใครที่คุมเกมได้ใกล้เคียงเขาแม้แต่คนเดียว ข่าวลือเรื่องการดึงตัว บรูโน่ กีมาไรส์ หรือ มาร์ติน ซูบิเมนดิ เข้ามาแทน ก็ยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขากำลังหาคนมา "ถมหลุม" ที่ร็อดรี้ขุดไว้ ไม่ใช่หาคนมา "สานต่อ" เพราะสไตล์ของแต่ละคนมันคนละแบบกันชัดๆ
แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะมืดมนไปหมด เรื่องเดียวที่ซิตี้ทำได้ดีเสมอคือการรีเซ็ตตัวเอง การจากไปของ กุน อากูเอโร่, แฟร์นันดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน หรือแม้แต่ริยาด มาห์เรซ ล้วนเป็นบทพิสูจน์ว่าสโมสรนี้ไม่เคยยึดติดกับใคร และถ้าพวกเขาหานักเตะที่ใช่เข้ามาได้ทันตลาดซัมเมอร์นี้ บางทีการ "เสียร็อดรี้" อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่โหดขึ้นกว่าเดิมก็ได้
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าเขาจะไปค้าแข้งที่ไหนต่อ ผมขอปรบมือให้กับหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ไม่เคยเรียกร้องอะไรเกินตัว และทุ่มเททุกอย่างให้ทีมจนถึงนาทีสุดท้าย
ร็อดรี้ไม่ได้แค่ "หายไป" แต่เขาทิ้งรองเท้าที่ใหญ่เกินกว่าใครจะใส่แทนได้ในทันที ยุคของเขาจบลงอย่างสวยงาม แต่คำถามที่แท้จริงคือ เป๊ปจะหาคนที่ทำให้ซิตี้ "เหมือนเดิม" ได้หรือไม่? ถ้าทำไม่ได้ ฤดูกาลนี้จะยาวนานและเจ็บปวดสำหรับแฟนเรือใบแน่นอน
ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...