รายงานผลการแข่งขัน
Match Report
อาร์เซนอลส่งสัญญาณเตือนพรีเมียร์ลีกทั้งลีก: นี่คือจ่าฝูงหน้าใหม่ที่พร้อมขยี้ทุกคน
แชมป์เก่าโชว์ฟอร์มดุถล่มเรือใบ 3-0 ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไม่ใช่แค่ถ้วยใบเดียว แต่คือการประกาศศักดาคว้าตำแหน่งแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
ถ้านี่คือภาพตัวอย่างของระเบียบใหม่ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ทีมที่เหลือคงต้องรีบหาที่หลบภัยด่วนๆ เพราะสิ่งที่ อาร์เซนอล ทำกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่คาร์ดิฟฟ์ ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่คือการข่มขวัญคู่แข่งแบบไม่ไว้หน้ากันเลยแม้แต่นิดเดียว
จังหวะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด เอาบอลลงแล้วชิงจังหวะยิงเสียบมุมให้ ดอนนารุมม่า ต้องคว้าน้ำเหลว เป็นประตูขึ้นนำ 3-0 นาทีที่ 60 กว่าๆ นั้น บอกได้คำเดียวว่า "จบเกม" แฟนบอลปืนใหญ่ที่บุกไปเชียร์ถึงเวลส์ถึงกับร้องเพลงเยาะเย้ยแฟนเรือใบหน้าชื่นตาตรึงว่า "เล่นกับนายทุกสัปดาห์ได้ไหม?" — บรรยากาศมันชวนให้อินขนาดนั้น
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมกำลังโม้ไปเอง เพราะแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งฉลองแชมป์เมื่อสามเดือนก่อนหลังรอคอยมา 22 ปี แฟนบอลที่ได้เดินทางมายังเจ้าหญิงแห่งเวลส์ สเตเดียม แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าทีมรักจะเล่นได้เหนือชั้นขนาดนี้ แม้แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จะไม่ใช่ถ้วยที่ทำให้คนแห่แหนออกมาฉลองกันบนท้องถนนในลอนดอนเหนือเหมือนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่นี่คือการย้ำเตือนว่า อาร์เซนอล ไม่ได้มาเล่นๆ
เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ — หลังจบสามฤดูกาลซ้อนที่ต้องจำใจยอมรับตำแหน่งรองแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างขมขื่น ในที่สุด อาร์เซนอล ก็ได้ฤกษ์ก้าวขึ้นไปนั่งบัลลังก์สูงสุดของประเทศได้สำเร็จ คราวนี้ถึงตาของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บ้างแล้วที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายว่า พวกเขาถูกคู่ปรับตลอดกาลเหยียบย่ำจนหน้าสิ่วหน้าขวาน
ก่อนเกม วิคเตอร์ โยเคเรส ดาวยิงปืนใหญ่ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างคมคายว่า "เจอแมนฯ ซิตี้ เกมอุ่นเครื่องเหรอ? เราอยากชนะ" และมันก็ชัดเจนตั้งแต่เสียงนกหวีดแรกที่ปรินซิปาลิตี้ สเตเดียม ว่าเขาพูดไม่ผิด และที่สำคัญ ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ก็ทำได้ตามที่พูดเป๊ะๆ
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ อาร์เซนอล ดูน่ากลัวขึ้นกว่าเดิมในฤดูกาลนี้คือการเสริมทัพที่ตรงจุด — การดึงตัว บรูโน กิมาไรส์ มิดฟิลด์จอมแกร่งจากนิวคาสเซิลเข้ามาช่วยยกระดับแผงกลาง รวมถึง คริสตอส โซลิส วิงเกอร์ความเร็วสูงที่เพิ่มมิติเกมรุกให้หลากหลายขึ้น แถมการกลับมาฟอร์มจัดของ โอเดการ์ด ที่ดูเหมือนจะเข้าสู่ช่วงพีคของตัวเองพอดี
การที่ อาร์เซนอล เอาชนะคู่ปรับตัวฉกาจได้อย่างเป็นระบบขนาดนี้ ย่อมส่งผลต่อจิตวิทยาของคู่แข่งทั้งลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่แค่การชนะ แต่คือการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีคำตอบสำหรับทุกปัญหาในสนาม ไม่ว่าจะเป็นการเพรสซิ่งสูงที่บีบพื้นที่จน ซิตี้ ครองบอลไม่เป็น หรือการเปลี่ยนเกมรับเป็นเกมรุกได้ฉับไวจนน่าตกใจ
แน่นอนว่าใครจะมองว่าคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องระดับพรีเมียมก็ได้ แต่สำหรับผม นี่คือการส่งข้อความถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และลูกทีมทุกคนว่า ฤดูกาลนี้ อาร์เซนอล จะไม่ปล่อยให้อะไรหลุดมืออีกต่อไป พวกเขามาถึงจุดที่พร้อมจะป้องกันแชมป์ และพร้อมจะทุบทุกทีมที่ขวางทาง
บรูโน กิมาไรส์
มิดฟิลด์จอมแกร่งที่เติมความแข็งแกร่งและประสบการณ์ให้แผงกลางปืนใหญ่ นี่คือการเสริมทัพที่ตอบโจทย์การเล่นระดับท็อปยุโรป
คริสตอส โซลิส
วิงเกอร์ความเร็วสูงที่เพิ่มมิติเกมรุกให้หลากหลายขึ้น แกะเกราะกองหลังคู่แข่งได้ดีเกินอายุ
มาร์ติน โอเดการ์ด
กัปตันทีมกลับมาฟอร์มจัดอีกครั้ง จับจังหวะยิงได้เฉียบขาด เป็นหัวใจของเกมรุกที่พร้อมพาทีมไปได้ไกล
ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ นะ — ผมมองว่า อาร์เซนอล ชุดนี้คือเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้แบบไม่ต้องคิดมาก พวกเขามีทั้งความกระหาย มีทั้งคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดคือมี "ความเชื่อ" ที่เพิ่งได้มาจากการคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตีราคาไม่ได้
ฟังฉันไว้เถอะ — เกมนี้มันไม่ได้จบแค่การชูถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ แต่คือการปักธงบนหน้าผากองทัพเรือใบว่า "ฤดูกาลนี้ยังเป็นของเรา" ถ้าใครยังคิดว่าแมนฯ ซิตี้ คือตัวเก็งเดิมๆ ขอเตือนว่า อาร์เซนอล ชุดนี้ไม่ได้มาแค่สู้ แต่มาจะกินรวบทุกอย่างให้หมด
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...