วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
เปิดโผ 10 กองหลังตัวเป้งที่ควรคว้าในซัมเมอร์นี้ ใครคือคำตอบจริงและใครคือกับดัก?
ตลาดนักเตะกำลังจะเดือด แต่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่ว่า "หายาก" ที่สุดในตลาด กลับมีของดีซ่อนอยู่เพียบ
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เครื่องหมายคำถามที่ใหญ่ที่สุดของทุกทีมในซัมเมอร์นี้ไม่ใช่กองหน้า ไม่ใช่ปีก แต่คือตำแหน่งที่ "หายาก" ที่สุดในวงการ นั่นคือเซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงที่ไว้ใจได้ Football365 เพิ่งจัดอันดับ 10 กองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดที่พร้อมย้ายทีมในตลาดซัมเมอร์นี้ และบอกเลยว่าไม่ได้มีแค่ชื่อคุ้นหู แต่มีม้ามืดที่หลายทีมกำลังแอบเล็งอยู่ด้วย
ก่อนอื่นต้องเข้าใจบริบทก่อนว่า ทำไมตำแหน่งนี้ถึงร้อนแรงขนาดนี้ เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา หลายทีมใหญ่เจอปัญหากองหลังบาดเจ็บกันเป็นแถว ไม่ว่าจะเป็นแมนฯ ยูไนเต็ดที่แผงหลังพังไม่เป็นท่า หรือนิวคาสเซิลที่เสียประตูง่ายจนแฟนบอลแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้จึงมีดีมานด์มหาศาล แต่ซัพพลายกลับมีจำกัด นี่คือสมการที่ทำให้ราคากองหลังตัวดีพุ่งปรี๊ดทุกซัมเมอร์
ไฮไลต์สำคัญของลิสต์นี้หนีไม่พ้นชื่อของ เอซรี คอนซา กองหลังทีมชาติอังกฤษของแอสตัน วิลล่า ที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับอาร์เซน่อลมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าตัวเป็นกองหลังที่อ่านเกมเยี่ยม เล่นบอลกับเท้าได้เนียน และที่สำคัญคืออายุแค่ 27 ปี กำลังเข้าสู่ช่วงพีคพอดี ใครได้ตัวไปถือว่าได้แกนหลักอีก 5-6 ปีข้างหน้าแบบไม่ต้องคิดมาก
อีกหนึ่งชื่อที่หลายคนจับตามองคือกองหลังที่กำลังถูกแมนฯ ซิตี้โละทิ้ง อย่าง เทย์เลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส ที่ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักในถิ่นเอติฮัด แต่ด้วยวัยเพียง 22 ปี และมีประสบการณ์ถูกปล่อยยืมตัวมาหลายที่ ทำให้เขาคือตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับทีมระดับกลางที่ต้องการกองหลังอนาคตไกลในราคาที่จับต้องได้
Football365 ไม่ได้แค่ไล่เรียงชื่อมั่วๆ แต่เขาจัดอันดับโดยดูจากหลายปัจจัย ทั้งอายุ ค่าตัว ศักยภาพ และความพร้อมในการย้ายทีม ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป บางคนพร้อมปะทะทันที บางคนคือโปรเจกต์ระยะยาว บางคนคือของดีราคาถูกที่ซื้อมาแล้วต่อยอดขายได้กำไร
กลุ่มพร้อมลุยทันที
กองหลังวัย 24-28 ปี ที่มีประสบการณ์ในลีกสูงสุด และสามารถย้ายมาเป็นตัวจริงได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน
กลุ่มดาวรุ่งอนาคตไกล
วัยไม่เกิน 23 ปี ค่าตัวไม่แพงมาก แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนในการปั้น เหมาะกับทีมที่มีระบบการพัฒนานักเตะที่ดี
กลุ่มดีลเด่นราคาคุ้ม
นักเตะที่เหลือสัญญาไม่ถึง 1 ปี หรือกำลังถูกต้นสังกัดปล่อยออกจากทีม ทำให้สามารถต่อรองราคาได้ ใครฉลาดก็ได้ของดีราคาถูกไปครอง
ประเด็นสำคัญที่คอลัมนิสต์อย่างผมอยากชี้ให้เห็นคือ หลายทีมมักพลาดกับการซื้อกองหลังเพราะดูแค่ "ชื่อ" ไม่ได้ดู "ระบบ" ที่เขาจะลงไปเล่น ยกตัวอย่างง่ายๆ กองหลังที่เล่นดีในระบบไลน์สูงอาจจะพังไม่เป็นท่าเมื่อมาเล่นในระบบไลน์ต่ำ หรือนักเตะที่ถนัดเล่นบอลสั้นอาจจะเอาตัวไม่รอดเมื่อต้องเจอเกมเพรสซิ่งหนักๆ จากทีมใหญ่
อีกเรื่องที่ต้องคิดให้ดีคือเรื่องของ "ความคุ้มค่า" เพราะค่าตัวกองหลังในตลาดปัจจุบันมันบ้าไปแล้ว การจ่าย 50-60 ล้านปอนด์เพื่อกองหลังที่ไม่ได้การันตีความสำเร็จมันคือการพนันชั้นยอด บางทีการซื้อกองหลังวัยกลางที่เล่นในลีกรองแต่มีสถิติการเคลียร์บอลและการอ่านเกมดีเยี่ยม อาจจะคุ้มค่ากว่าการไปจ่ายเงินแพงๆ กับชื่อเสียงที่การันตีไม่ได้
ส่วนใครที่คิดว่า "กองหลังไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องรีบซื้อ" ผมขอเถียงเลยว่า คุณคิดผิดมหันต์ เพราะประวัติศาสตร์ลูกหนังไม่เคยโกหก ทีมที่ได้แชมป์ลีกหรือถ้วยใหญ่ๆ ล้วนมีแกนหลักในแนวรับที่แข็งแกร่งทั้งนั้น ตั้งแต่ยุคของจอห์น เทอร์รี่, ริโอ เฟอร์ดินานด์ มาจนถึงยุคของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ล้วนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากองหลังตัวท็อปคือรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า ตลาดซัมเมอร์นี้มันจะสนุกตรงที่ทีมที่ "กล้าตัดสินใจเร็ว" และ "อ่านเกมขาด" เท่านั้นที่จะได้ของดีไปครอง เพราะถ้าปล่อยให้ช้าคู่แข่งก็แย่งไปก่อน โดยเฉพาะกองหลังระดับท็อปที่มีไม่ถึง 10 คนในตลาดทั้งโลก ใครรอช้าก็อดได้แต่อาลัย
ท้ายที่สุดแล้ว การได้กองหลังตัวเก่งมา 1 คน มันดีกว่าการซื้อกองหน้ามา 3 คน เพราะกองหลังที่ดีคือใบเบิกทางสู่แชมป์ ส่วนกองหน้าที่ดีคือแค่ของตกแต่ง ใครที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับตำแหน่งนี้ ก็เตรียมตัวจ่ายแพงกว่าเดิมในซัมเมอร์หน้าได้เลย
ที่มา: Football365 — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...