วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
อาร์เตต้าโดนยิงใส่กระจก! เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ดวลเรือใบ คือบททดสอบแรกของความทะเยอทะยานที่ไม่ได้มีแค่ "แชมป์"
นัดนี้ไม่ได้แค่ชิงถ้วยใบเดียว แต่คือการส่งสารว่าใครคือจ่าฝูงตัวจริงของอังกฤษก่อนฤดูกาลจะเริ่มฉากจริง
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
วาระใหญ่ของวงการลูกหนังอังกฤษมาถึงอีกครั้ง กับการเปิดฤดูกาลด้วยเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่สนามเวมบลีย์ ซึ่งปีนี้ดันได้สองทีมที่หลายคนมองว่าเป็นเต็งแชมป์พรีเมียร์ลีกมาเจอกันตั้งแต่นัดแรก นั่นคือ อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ฟังเผินๆ มันคือเกม "ชิงถ้วย" ธรรมดาๆ นัดนึงที่หลายทีมใช้เป็นเกมอุ่นเครื่องระดับพรีเมียม แต่สำหรับสองทีมนี้ มันคือจังหวะสำคัญในการส่งสัญญาณถึงกันและกันก่อนที่ฤดูกาลจริงจะเริ่มต้น บอกตามตรง ผมมองว่านี่คือเกมที่ "บททดสอบทางจิตใจ" สำคัญกว่าผลการแข่งขันซะอีก
มิเกล อาร์เตต้า ตกเป็นเป้าถูกจับตามากที่สุดในนัดนี้ เพราะตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาเขาทุ่มทุนสร้างทีมอย่างหนักเพื่อไล่ล่าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 20 ปี แต่ก็ยังมีคำถามเดิมๆ วนเวียนอยู่ว่า ทีมชุดนี้ "แข็งแกร่งพอ" ที่จะยืนระยะและสยบแชมป์สามสมัยติดอย่างซิตี้ได้จริงหรือไม่? หรือจะพลาดท่าซ้ำรอยสองฤดูกาลหลังที่หลุดแชมป์แบบน่าเจ็บใจ
ข่าวจาก Mirror Football ชี้ให้เห็นว่าผู้จัดการทีมอย่างอาร์เตต้าโดน "ยิงคำเตือน" จากบรรดากูรูและตำนานลูกหนังว่า เกมนี้คือบทพิสูจน์แรกของความพร้อม และชัยชนะในนัดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น (Momentum) ให้กับทีมได้มหาศาล แต่มันก็เป็นดาบสองคม เพราะถ้าแพ้ คำถามเรื่อง "ทีมปอดแหก" หรือ "สู้ทีมใหญ่ไม่ได้ในเกมใหญ่" จะถูกหยิบมาโปรยหน้าสื่ออีกครั้งทันที
ประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือเรื่อง "แทคติก" เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจจะทดลองอะไรบางอย่าง เพราะเขารู้ดีว่าซิตี้มีดีกรีเหนือกว่าในเรื่องความลึกของขุมกำลัง แต่ในเกมเดียวจบที่เวมบลีย์ อะไรก็เกิดขึ้นได้ อาร์เซน่อลเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยเรื่องแทคติก พวกเขาเป็นทีมที่ครองบอลนิ่งและเล่นเกมสวนกลับได้ดุดันชนิดที่ซิตี้เองก็เคยเจ็บตัวมาแล้ว
สิ่งที่ผมอยากเห็นจริงๆ คือการที่ อาร์เตต้า จัดการกับเกมนี้ด้วยหัวคิดที่ "กล้า" มากกว่าปกติ เขาไม่ควรเข้าหาเกมแบบระวังตัว เพราะถ้าคุณอยากเป็นแชมป์ คุณต้องเล่นเพื่อชนะ ไม่ใช่เล่นเพื่อไม่ให้แพ้ และนัดนี้คือโอกาสทองที่จะได้เห็นดีเอ็นเอของทีมชุดนี้ว่าพร้อมจะสู้กับหมาป่าตัวจริงหรือยัง
ผลกระทบด้านจิตใจ
การคว้าถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ไม่ได้การันตีแชมป์ลีก แต่การแพ้ในนัดนี้จะกลายเป็นปมในใจนักเตะและแฟนบอลทันทีว่า "ยังสู้ไม่ได้" ซึ่งเป็นพิษระยะยาวต่อความมั่นใจ
การจัดทัพของอาร์เตต้า
ต้องดูว่าแกนหลักอย่าง เอาเดการ์ด หรือ ไรซ์ จะได้ลงสนามมากน้อยแค่ไหน เพราะการเลือกชุดใหญ่ในเกมนี้เท่ากับการประกาศว่าทีมไม่ได้มองนัดนี้เป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง แต่คือการซ้อมใหญ่เพื่อล่าแชมป์จริงจัง
เกมของซิตี้
เป๊ปอาจจะไม่ได้ซีเรียสกับผลแพ้ชนะมากนัก แต่เขาจะใช้เกมนี้ดูฟอร์มของนักเตะใหม่อย่าง ซาวินโญ่ หรือตำแหน่งที่ยังหาคำตอบไม่ได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเป้าหมายใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า
ฟันธงจากใจคอลัมนิสต์: เกมนี้ไม่ได้ตัดสินว่าใครเก่งกว่ากันในฤดูกาลนี้ แต่ถ้าอาร์เซน่อลอยากถูกจดจำในฐานะทีมที่ "กล้าท้าชน" ไม่ใช่แค่ทีมรองแชมป์ที่น่าเห็นใจ พวกเขาต้องออกมาชนให้เห็นกับตาตั้งแต่นัดนี้ นี่คือจังหวะทองของอาร์เตต้าที่จะพิสูจน์ว่าเขาพร้อมจะก้าวข้ามเงาของเป๊ปหรือยัง
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...