ข่าวย้ายทีม
Transfer News
ผีแดงไม่ยอมแพ้! ยื่นสอบถาม ลูอิส-สเกลลี่ รอบใหม่ ขณะที่ อาร์เซน่อล กลับลำปากเปล่า
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดีลย้ายทีมธรรมดา แต่มันคือบททดสอบว่า อาร์เซน่อล จะยอมขายเด็กปั้นของตัวเองให้คู่แข่งตัวฉกาจจริงหรือไม่
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
สถานการณ์นี้มันเริ่มสนุกแล้วล่ะครับท่านผู้อ่าน เมื่อมีรายงานจาก Football365 ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งยื่นเรื่องสอบถามไปยัง อาร์เซน่อล ถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งวัย 18 ปี อีกครั้ง หลังเคยมีข่าวเชื่อมโยงกันในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้มันมีปมที่น่าสนใจกว่านั้น นั่นคือการที่ “ปืนใหญ่” ดูเหมือนจะ “กลับลำ” ในเรื่องอนาคตของนักเตะ
อย่าเพิ่งไปสนใจว่ามันจะจบลงด้วยการย้ายทีมหรือไม่ เพราะประเด็นที่แท้จริงของเรื่องนี้คือ สงครามจิตวิทยาและอำนาจต่อรองระหว่างสองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าใครจะได้ตัวเด็กคนนี้ไปครอง แต่เป็นเรื่องของการส่งสัญญาณว่า “ฉันไม่กลัวเธอ” ต่างหาก
หลายคนอาจจะงงว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี ลุค ชอว์, ไทเรลล์ มาลาเซีย และ ดิโอโก้ ดาโลต์ อยู่ในทีม จะมาสนใจเด็กอายุ 18 ปีของอาร์เซน่อลทำไม? คำตอบง่ายๆ คือ เพราะฟุตบอลยุคนี้มันไม่ได้เล่นกันแค่ 11 คนบนสนามอีกต่อไป มันคือการวางแผนระยะยาว และ ลูอิส-สเกลลี่ คือหนึ่งในอนาคตที่สดใสที่สุดของปืนใหญ่ในตำแหน่งนี้ การที่ยูไนเต็ดยื่นข้อเสนอเข้ามา จึงไม่ต่างจากการไปเขี่ยรังแตน เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของคู่แข่ง
ที่สำคัญกว่านั้นคือข่าวที่ว่า อาร์เซน่อล “กลับลำ” (U-turn) ในเรื่องอนาคตของนักเตะ ซึ่งหมายความว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาอาจจะปิดประตูตายตัวนักเตะรายนี้ว่า “ไม่ขายเด็ดขาด” แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไป บางทีอาจจะเป็นเพราะกฎการเงินการคลัง (PSR) ที่บีบให้ต้องขายนักเตะในอะคาเดมี่เพื่อหากำไรล้วนๆ ซึ่งการขายเด็กปั้นสโมสรนี่แหละ คือกำไรสุทธิ 100% ที่สวยงามที่สุดในงบการเงิน
ฟังดูแล้วมันอาจจะขัดหูขัดตาสำหรับแฟนบอลที่รักสโมสร แต่ในโลกความเป็นจริงของฟุตบอลยุคใหม่ สโมสรต้องบาลานซ์ระหว่าง “หัวใจ” และ “กระเป๋าสตางค์” ถ้า อาร์เซน่อล ตกที่นั่งลำบากจริง การขายดาวรุ่งที่ไม่ได้เป็นตัวหลักตัวจริง 80 ล้านปอนด์อาจจะดูคุ้มค่ากว่าการเก็บไว้เป็นตัวสำรอง แล้วต้องมานั่งกังวลเรื่องการโดนหักคะแนน
สำหรับตัวนักเตะเอง มันคือโอกาสในชีวิตที่ยากจะปฏิเสธ การได้ย้ายไปเล่นให้ยักษ์ใหญ่อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมค่าเหนื่อยที่มากขึ้นและบทบาทที่ชัดเจนกว่า คือสิ่งที่นักเตะวัย 18 ปีใฝ่ฝัน แต่ในทางกลับกัน การอยู่กับอาร์เซน่อล ภายใต้การดูแลของ มิเกล อาร์เตต้า ก็คือการได้อยู่ในระบบที่เข้าใจเขาและปั้นเขามาตั้งแต่เด็ก มันคือเรื่องของ “ความเสี่ยง” กับ “ความปลอดภัย”
ทีนี้มาดูมุมของ ปีศาจแดง บ้าง การที่พวกเขายื่น “enquiry” (การสอบถาม) ไม่ใช่การยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ แสดงว่าพวกเขายังไม่ได้จริงจังขนาดนั้น หรืออาจจะแค่หยั่งเชิงดูว่า อาร์เซน่อล เปิดใจขายหรือเปล่า แต่นี่คือหมากที่ชาญฉลาดของ รูเบน อโมริม ที่ต้องการเสริมเกมรับระยะยาว และถ้าจีบติดเมื่อไหร่ นี่จะเป็นการกระชากวัยหนุ่มเลือดใหม่จากคู่อริตัวเอ้มาอยู่ในมือ ซึ่งนอกจากจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ยังเป็นการลดทอนความแข็งแกร่งของคู่แข่งไปในตัว เป็นการย้ายทีมที่ “คุ้มค่า” ที่สุดในเชิงจิตวิทยา
ท้ายที่สุดแล้ว ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังอีกยาวไกล และโอกาสที่ ลูอิส-สเกลลี่ จะย้ายออกจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในซัมเมอร์นี้ยังน้อยมาก เพราะอาร์เซน่อล เองก็ไม่ได้มีตัวเลือกในตำแหน่งนี้เยอะ และการเสียเด็กปั้นให้คู่แข่งโดยตรงมันคือ “บาดแผล” ทางใจของแฟนบอลที่ยากจะลบเลือน แต่ถ้า อาร์เซน่อล ตกที่นั่งลำบากเรื่องการเงินจริงๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในวงการลูกหนัง
ความเห็นผม: นี่คือเกมการเมืองระหว่างสโมสรที่ชัดเจนที่สุดเกมหนึ่งในตลาดซื้อขายรอบนี้ ยูไนเต็ดไม่ได้อยากได้นักเตะคนนี้ขนาดนั้น แต่พวกเขาอยากรู้ว่าอาร์เซน่อลจนตรอกขนาดไหน และอยากเขี่ยให้ปืนใหญ่เสียศูนย์ ถ้าอาร์เซน่อลฉลาดพอ พวกเขาจะปัดข้อเสนอทิ้งแล้วชูคอว่านี่คือ “เด็กของเรา” แต่ถ้าพวกเขากลัวกฎการเงินจนต้องยอมขาย นั่นคือสัญญาณว่ายุคทองของอาร์เตต้าใกล้จะถึงทางตันแล้ว
ที่มา: Football365 — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...