รายงานผลการแข่งขัน
MATCH REPORT
แรชฟอร์ดหวนคืนสนาม แต่ผีแดงจมดิน: เกมนี้มันไม่ได้แค่แพ้ มันคือสัญญาณอันตราย
การกลับมาของดาวยิงที่ทุกคนรอคอย กลายเป็นเพียงภาพลวงตาในวันที่ทีมเล่นได้น่าผิดหวังที่สุดของฤดูกาล
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
บอกตรงๆ ว่าผมแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเวลาพิมพ์ประโยคนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ ฮัลล์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก และไม่ใช่แค่แพ้แบบสูสี แต่แพ้แบบที่เรียกได้ว่า "บอลถังแตก" เลยด้วยซ้ำ นี่มันไม่ใช่ยุคของเฟอร์กี้แล้วจริงๆ ครับพี่น้อง
ประเด็นที่ทุกคนจับตามองก่อนเกมไม่ใช่ตัวผลการแข่งขัน แต่คือการกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่หายหน้าไปนานนับเดือน หลังถูกยืมตัวไปอยู่กับบาร์เซโลน่าเมื่อฤดูกาลก่อน แฟนบอลหลายคนตั้งความหวังไว้ว่าเขาจะกลับมาช่วยกอบกู้วิกฤติแนวรุกที่ยิงไม่ได้มานาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้ มันช่างโหดร้ายและสมจริงเกินกว่าหนังน้ำเน่าจะเขียนบทได้
เจ้าตัวได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง แต่จะให้ไปพลิกเกมคนเดียวในวันที่ทั้งทีมเล่นกันแบบ "ไม่รู้จะเล่นอะไร" มันก็เกินความสามารถของมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งคนใดทั้งนั้น แรชฟอร์ดไม่ได้แย่ แต่ทั้งทีมมันแย่จนกลบความสามารถของเขาไปหมด สภาพแบบนี้ต่อให้เอาพี่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วัย 25 กลับมาลงสนามก็คงเอาไม่อยู่
ทีมของกุนซือ รูเบน อโมริม ดูขาดแผนรับมือเกมรับของฮัลล์โดยสิ้นเชิง แผงกลางโดนตัดเกมขาดทุกจังหวะ เกมรุกวนไปวนมาเหมือนไก่ถูกจับใส่ลัง แล้วที่หนักกว่าผลแพ้คือแพ้ในบ้านตัวเองท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลที่เริ่มหมดความอดทนเต็มที นี่ไม่ใช่แค่การสะดุดอีกแล้ว มันคือการล้มทั้งยืน
อโมริมเองก็ดูจนหนทาง แผนการเล่นที่พยายามปั้นมาแทบไม่เห็นผล ตัวจริงบางคนเล่นแบบไม่มีชีวิตชีวา แท็กติกที่เคยประกาศว่าจะเปลี่ยน DNA ของทีม ตอนนี้เหลือเพียงแค่คำพูดลอยๆ แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามใหญ่โตว่าปัญหามันอยู่ที่นักเตะ หรือว่าอยู่ที่แท็กติกของเจ้านายคนใหม่กันแน่? เอาจริงๆ นะ ตอนนี้มันทั้งคู่แหละ
ส่วนตัวผมมองว่าเกมนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น นี่คือทีมที่ขาดผู้นำในสนามอย่างแท้จริง ไม่มีใครกล้าพาบอลขึ้นหน้า ไม่มีใครกล้าลองของ ไม่มีใครกล้ารับผิดชอบ ทุกคนส่งบอลต่อๆ กันไปแบบกลัวความผิดจนจบเกม สภาพแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องแท็กติกอีกต่อไป แต่มันคือปัญหา "จิตใจ" ที่ต้องแก้ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
การกลับมาของแรชฟอร์ดในเกมนี้เหมือนแสงเทียนกลางพายุ มันส่องสว่างให้เห็นแต่ความมืดมิดรอบด้าน แฟนบอลที่รักเขาจริงๆ คงไม่ได้หวังให้เขามากอบกู้ทีมเพียงลำพัง แต่หวังว่าการกลับมาของเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ดีขึ้น ซึ่งจากฟอร์มเกมนี้มันยังไม่เห็นแม้แต่เสี้ยวเดียวของแสงนั้น
ความพังพินาศในเกมนี้เห็นได้ชัดเจน
เกมรุกที่ไร้ไอเดีย: ยิงเข้ากรอบแทบนับครั้งได้ในครึ่งแรก
เกมกลางที่โดนกลืนกิน
การครองบอลเป็นเพียงตัวเลขสวยหรู แต่สร้างโอกาสไม่ได้แม้แต่จังหวะเดียว
สปิริตทีมที่สูญสลาย
ภาพนักเตะเดินก้มหน้าหลังโดนยิงประตู คือภาพที่บอกเล่าเรื่องราวได้ดีที่สุด
จริงๆ แล้วถ้าดูจากสถิติ มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง แต่ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินด้วยสถิติบนกระดาษ ฟุตบอลตัดสินด้วยประตูและชัยชนะบนสนาม และวันนี้พวกเขาทำไม่ได้ทั้งสองอย่าง แถมยังโดนฮัลล์ ซิตี้ ที่ไม่ได้เป็นยักษ์ใหญ่ในลีกเล่นงานจนแทบตั้งตัวไม่ติด มันคือความอัปยศที่แฟนบอลผีแดงไม่มีทางทำใจยอมรับได้ง่ายๆ
สรุปแบบไม่ต้องเกรงใจใคร: ยูไนเต็ดยุคนี้คือทีมระดับกลางที่แต่งชุดยักษ์ใหญ่ หากอโมริมยังหาทางออกไม่ได้ภายในไม่กี่เกมข้างหน้า ผมว่าอนาคตของเขาบนตำแหน่งนี้เริ่มสั่นคลอนแล้ว และแรชฟอร์ดคนเดียวก็ไม่ใช่พระเอกที่จะมาช่วยอะไรได้ในเวลานี้
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...