The Guardian Football นัดต่อไป เยือน Aston Villa · 1 ก.ย. 02:00 น. 11 วันที่แล้ว general สรุปข่าวโดย AI

‘That’s the standard’: Mikel Arteta hails Arsenal’s desire on blue day for Maresca

The Guardian Football 17 Aug 2026
ตราสโมสร Arsenal
2 14m
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้



รายงานผลการแข่งขัน
Match Report


อาร์เตต้า สั่งศิษย์ "หิวไม่เลิก" ถล่มซิตี้ 3-0 คว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ — งานนี้มาเรสก้าได้ลุ้นอะไรบ้าง?



ไม่ใช่แค่ถ้วยแรกของซีซัน แต่คือการประกาศศักดาว่าปืนใหญ่ปีนี้มาแรงแค่ไหน ขณะที่กุนซือใหม่เรือใบสีฟ้ากำลังเจอความจริงอันโหดร้ายของพรีเมียร์ลีก




ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที




ริ่มต้นฤดูกาลด้วยแชมป์แรกของซีซันแบบที่แฟนอาร์เซนอลฝันถึงที่สุด — ถล่มแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ชนิดที่เรียกว่า "ยัดเยียดความปราชัย" ให้กุนซือใหม่อย่าง เอนโซ่ มาเรสก้า ในนัดแรกที่รับงานใหญ่ แต่เดี๋ยวก่อน... ถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ อาจเป็นแค่ถ้วยเล็ก แต่ความหมายของมันในปีนี้มันใหญ่กว่าที่คิดเยอะ



มิเกล อาร์เตต้า ออกมาพูดตรงๆ หลังเกมว่านักเตะของเขาโชว์ "ความหิว" ในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกให้เห็นกันจะๆ จากการเล่นในนัดนี้ — ฟังดูเป็นประโยคทางการ แต่ถ้าดูจากฟอร์มในสนามแล้ว มันคือการขู่ทั้งลีกเลยล่ะว่า "พวกเรายังหิวไม่เลิก"



อาร์เซนอลเพิ่งจบการรอคอย 22 ปีเพื่อคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมื่อซีซันที่แล้ว และนี่คือทีมที่ต้องการทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำได้ตั้งแต่ฤดูกาล 1934-35 นั่นคือการป้องกันแชมป์สองปีติดต่อกัน และจากฟอร์มในเกมนี้... บอกเลยว่าฝันนั้นไม่ไกลเกินเอื้อม



เรียกได้ว่ามาเรสก้าได้เจอ "ของจริง" ในนัดแรกที่คุมทัพเรือใบสีฟ้าแบบไม่ทันตั้งตัว โดนยิงตั้งแต่วินาทีที่ 24 — ริคคาร์โด้ คาลาฟิโอรี ซัดประตูไวที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้ นับตั้งแต่บ็อบบี้ โอเว่น ทำไว้กับซิตี้เมื่อปี 1968 เลยทีเดียว



ที่มา


เกมนี้มันจบเร็วมากสำหรับแฟนซิตี้ คาลาฟิโอรีเปิดสกอร์เร็วสุดๆ จากนั้น ไค ฮาแฟร์ตซ์ ก็มาซ้ำเติมให้ปืนใหญ่หนีเป็น 2-0 ก่อนที่กัปตันทีมอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด จะปิดกล่องด้วยประตูในนาทีที่ 48 — จบเกม 3-0 ชนิดที่ซิตี้แทบไม่ได้ขยับ



ตัวเลขมันโหดร้ายสำหรับมาเรสก้า: นี่คือความพ่ายแพ้ยับเยินที่สุดในการคุมทีมนัดแรกของกุนซือซิตี้ ร่วมกับ แฮร์รี่ นิวโบลด์ ที่โดนอาร์เซนอลถล่ม 4-1 เมื่อปี 1906 — ฟังแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ และมันยังเป็นการแพ้ยับเยินที่สุดของมาเรสก้าในฐานะกุนซือในอังกฤษอีกด้วย



That's the standard" — มิเกล อาร์เตต้า


ผลกระทบ


สิ่งที่ อาร์เตต้า พูดถึง "การชนะถ้วยแรก" ไม่ได้หมายถึงแค่ถ้วยใบเดียว แต่มันคือการสร้างมาตรฐานของทีม — มาตรฐานที่ว่า "เราจะไม่หยุดแค่ที่ตรงนี้" การที่นักเตะตัวหลักอย่าง โอเดการ์ด, ฮาแฟร์ตซ์ และคาลาฟิโอรี ลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบนี้ในเกมที่เป็นเหมือน "นัดอุ่นเครื่องทางการ" มันคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาร์เซนอลปีนี้ไม่ได้มาอ้อน ๆ



ส่วนทางฝั่งซิตี้ งานของมาเรสก้าไม่ได้ง่ายเลย เขาเพิ่งจะเริ่มสร้างทีม แต่ตอนนี้เขากำลังเจอแรงกดดันมหาศาลจากแฟนบอลที่คุ้นเคยกับความสำเร็จ และจากข่าวที่ว่าเขาอยากได้นักเตะใหม่จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ทีมเก่า) มาเสริมทัพเร็วๆ — ฟังดูแล้วเหมือนกำลังแก้เกมเฉพาะหน้า แต่ปัญหาคือตลาดนักเตะมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น



แต่เดี๋ยวก่อน... อย่าเพิ่งด่วนตัดสินอะไรจากเกมนี้มากนัก เพราะคอมมิวนิตี้ ชิลด์ มันคือเกมที่ "ผลการแข่งขันไม่สำคัญเท่าการได้เห็นฟอร์มการเล่น" และสำหรับซิตี้แล้ว พวกเขาเพิ่งเสียผู้เล่นคนสำคัญไปหลายตำแหน่ง การแพ้ 0-3 ในนัดแรกของกุนซือใหม่อาจเป็นแค่ "ความเจ็บปวดที่จำเป็น" ก็ได้



อย่างไรก็ตาม สำหรับอาร์เซนอล นี่คือการส่งสาส์นถึงลีกทั้งลีกว่า "จ่าฝูงปีที่แล้วยังอยู่ตรงนี้ และจะไม่ยอมเสียบัลลังก์ง่ายๆ" — อาร์เตต้า กำลังสร้างทีมที่ทั้งแข็งแกร่งและหิวกระหาย และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับคู่แข่งทุกทีม



💡

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ แต่อยู่ที่มาด "แชมป์เก่าที่หิวไม่เลิก" ของอาร์เซนอลที่พร้อมจะป้องกันบัลลังก์ ส่วนมาเรสก้านั้น... งานหนักแน่นอน เพราะความจริงของพรีเมียร์ลีกมันโหดร้ายกว่าที่คิด และนัดแรกนี่คือบทเรียนราคาแพงที่เขาต้องจำให้ขึ้นใจ



ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


#Arsenal #ManchesterCity #CommunityShield

ความคิดเห็น 5

กำลังโหลดความคิดเห็น...