ข่าวย้ายทีม
Transfer News
แมนฯ ยูไนเต็ดเจอแผน B! 2 แคว้าดาวรุ่งไม่ทัน ต้องหันพึ่งทางลัด 50 ล้านปอนด์
ตลาดนักเตะยังไม่ปิด แต่ปีศาจแดงอาจต้องเปลี่ยนเกมรุกครั้งใหญ่ หากไม่อยากเจอปัญหาอีกฤดูกาล
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
เอาล่ะ ถึงเวลาคุยเรื่องจริงกันสักที หลังจบฤดูกาลที่แฟนบอลผีแดงหลายคนคงอยากจะลืม แต่ภายใต้การนำทัพของไมเคิล คาร์ริก ในช่วงซัมเมอร์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ดก็ทำการบ้านมาพอสมควร เรียกว่าเก็บของเข้าคลังได้น่าพอใจเลยทีเดียว แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะงานชิ้นใหญ่ยังรออยู่ และข่าวล่าสุดจากฝั่งอังกฤษมันบอกเราว่า แผนที่วางไว้กำลังจะพังไม่เป็นท่า
เรื่องมันเป็นแบบนี้ สโมสรตั้งเป้าหมายที่จะดึงดาวรุ่งอนาคตไกลเข้ามาเสริมทัพ แต่ดูเหมือนว่าการเจรจาจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด งานนี้พวกเขาอาจต้องหันไปพึ่ง "แผน B" ซึ่งเป็นทางออกที่ไม่ได้สวยหรู แต่จำเป็น และที่สำคัญคือมันมีค่าใช้จ่ายที่สูงถึง 50 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
ถามว่าทำไมต้องถึงขนาดนั้น? ก็เพราะว่าตลาดนักเตะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เราเล่นเกมแฟนตาซี เป้าหมายหลักที่ทีมแมวมองเฝ้าดูมาทั้งฤดูกาล กลับมีตัวเลือกที่ดีกว่า หรือไม่ก็ต้นสังกัดไม่ยอมปล่อยตัวง่ายๆ กลายเป็นว่า ยิ่งไล่ยิ่งแพง ยิ่งรอยิ่งหนี มันเป็นเกมที่ต้องใช้ทั้งเงินและไหวพริบ และตอนนี้ดูเหมือนไหวพริบจะเริ่มตันแล้ว
จากรายงานของ Mirror Football ระบุชัดเจนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการดึงตัวสองเป้าหมายหลักเข้าสู่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะตลาดนักเตะอังกฤษในตอนนี้มันดุเดือดมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมใหญ่ๆ ต่างมีงบประมาณที่พร้อมจะทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งชิงตัวผู้เล่นฝีเท้าดี
ทีมงานของคาร์ริกต้องกลับไปนั่งคิดหนัก ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรดี ระหว่างจะทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าตัวเป้าหมายหลักที่อาจจะไม่คุ้มค่า หรือจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ "ทางลัด" ซึ่งเป็นนักเตะที่พร้อมจะย้ายทีมทันที และการันตีฝีเท้าในระดับพรีเมียร์ลีกได้เลย แต่มันต้องแลกมาด้วยค่าตัวที่สูงลิ่วถึง 50 ล้านปอนด์
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องซื้อใครมาคนหนึ่ง แต่คือการตัดสินใจที่ชี้ชะตาฤดูกาลหน้าของทีมเลยล่ะ ถ้าได้ตัวที่ใช่ ทีมจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ถ้าได้ตัวที่ไม่เข้ากับระบบ หรือต้องจ่ายแพงเกินจริง มันก็อาจกลายเป็นภาระระยะยาวที่ตามหลอกหลอนไปอีกหลายปี ซึ่งแฟนผีแดงอย่างเราๆ คงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
หลายคนอาจจะแย้งว่า "เอาเงิน 50 ล้านไปซื้อใครก็ได้ที่ดังๆ สิ" แต่ในความเป็นจริง ฟุตบอลยุคนี้มันไม่ได้วัดกันที่ชื่อเสียง แต่คือการแก้เกมให้ตรงจุด และการคว้าตัวนักเตะที่พร้อมใช้งานทันทีในราคาที่สูง อาจจะเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่ากว่าการรอคอยอนาคตที่ไม่แน่นอน
ทางออกที่น่าจะเป็นไปได้
การหันไปจ่ายค่าฉีกสัญญานักเตะระดับพรีเมียร์ลีกที่ทีมต้องการตัวจริง ซึ่งอาจจะดูแพงแต่การันตีผลงานได้ทันที
ความเสี่ยงที่ต้องแลก
การทุ่มเงินก้อนโตกับนักเตะที่อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของโค้ช อาจทำให้เกิดปัญหาในห้องแต่งตัวและความไม่ลงตัวในแทคติก
ในมุมมองของผม การที่ทีมกล้าจะเปลี่ยนแผน มันคือสัญญาณที่ดีว่า "ผู้บริหาร" กำลังคิดจริงจัง ไม่ได้ฝันกลางวันอยู่บนหอคอยสูง พวกเขารู้ดีว่าตลาดนักเตะมันโหดร้าย และการได้นักเตะที่ใช่ในเวลาที่ใช่ มันสำคัญกว่าการได้ชื่อที่ดัง แต่เล่นไม่ได้เรื่อง
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าแผน B จะเป็นใคร แฟนบอลอย่างเราก็ต้องจับตาดูต่อไป ว่านาทีสุดท้ายของตลาดซื้อขาย จะมีอะไรเซอร์ไพรส์รออยู่หรือไม่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกลูกหนัง โดยเฉพาะกับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อกลับไปยืนจุดสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง
ฟังนะ ทีมที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยกลัวการจ่ายแพง แต่กลัวการจ่ายแพงแล้วไม่ได้ของ แผน B ในครั้งนี้คือบทพิสูจน์ว่า "ผู้บริหาร" ของแมนฯ ยูไนเต็ด จะกล้าตัดสินใจครั้งใหญ่แค่ไหน ถ้าพลาดเมื่อไหร่ รับรองว่าครหาจะตามมาอีกเป็นระลอกแน่นอน
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...