พรีวิวฤดูกาล
Season Preview
พรีเมียร์ลีกเปิดม่านแล้ว! ฟันธง 20 ทีม จบที่เท่าไหร่ ใครร่วง ใครแชมป์
ไม่ต้องมานั่งเดากันให้เสียเวลา เพราะนี่คือบทสรุปชัดๆ ของทีมเต็ง ทีมม้ามืด และทีมที่ควรเริ่มจองตั๋วไปแชมเปี้ยนชิพได้เลย
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 8 นาที
บอกตามตรงนะ ฤดูกาลนี้มันดุเดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะด้วยซ้ำ เพราะทุกทีมทุ่มเงินกันไม่มีอั้นในตลาดซื้อขาย เรียกว่ายกเครื่องกันทั้งลีกเพื่อหยุดความยิ่งใหญ่ของแมนฯ ซิตี้ให้ได้ แต่คำถามคือ มันพอจะหยุดยั้งจักรกลแห่งการคว้าแชมป์ได้จริงหรือเปล่า? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกทีม ตั้งแต่อาร์เซน่อลที่พร้อมจะปลดล็อคแชมป์ ไปจนถึงทีมน้องใหม่ที่อาจจะได้แค่ความทรงจำกลับบ้าน
เริ่มจากขุมกำลังของทีมใหญ่ก่อน แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การนำของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงเป็นทีมที่ยากจะเอาชนะที่สุดในลีก ต่อให้พวกเขาจะเสียเควิน เดอ บรอยน์ไป แต่การเข้ามาของดาวรุ่งอย่างฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ก็ทำให้เกมรุกยังคมกริบไม่แพ้เดิม การที่พวกเขาซื้อนักเตะแบบไม่ทิ้งอนาคตคือสิ่งที่ทำให้ทีมอื่นๆ รู้สึกสิ้นหวัง เพราะต่อให้คุณชนะพวกเขาได้ในนัดเดียว แต่การไล่ล่าคะแนนตลอด 38 นัดมันคือโจทย์ที่แทบเป็นไปไม่ได้
ทางด้านอาร์เซน่อล หลังจากที่พลาดท่ามาหลายปีติดต่อกัน ปีนี้พวกเขาดูจริงจังกับตำแหน่งแชมป์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา การเสริมทัพในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าที่ขาดมานานน่าจะปิดจุดอ่อนที่คู่แข่งเคยใช้โจมตีได้สำเร็จ แต่ที่ต้องจับตาคือสภาพจิตใจของนักเตะในโค้งสุดท้าย เพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราว่า "ปืนโต" มักจะทำหลุดง่ายๆ ในช่วงเวลาที่กดดันที่สุด
ลิเวอร์พูลคืออีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวไม่แพ้กัน การเข้ามาของกุนซือคนใหม่อาจจะต้องใช้เวลาปรับจูนเล็กน้อย แต่ด้วยขุมกำลังที่มีอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บเล่นงานนักเตะหลัก พวกเขาคือตัวจริงในการลุ้นแชมป์แน่นอน แต่ถ้าถามผมว่า "หงส์แดง" จะกลับมาโหดเหมือนยุคเจอร์เก้น คล็อปป์ได้เลยไหม? คำตอบคือยังไม่ใช่ในฤดูกาลนี้ เพราะแนวคิดของโค้ชใหม่ต้องใช้เวลาในการปลูกฝัง
ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ดกับเชลซี นี่คือสองทีมที่ซื้อนักเตะแพงที่สุดในตลาด แต่การซื้อแพงไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป การที่ทีมยังเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยเกินไป ทำให้ไม่มีเสถียรภาพทางแทคติกและผลงาน แฟนบอลอาจจะต้องใจเย็นๆ กันอีกสักปีสองปี กว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจน แต่นั่นก็หมายถึงการเสียเวลาอันมีค่าไปกับการสร้างฐานรากใหม่จากศูนย์
สำหรับทีมระดับกลางอย่างนิวคาสเซิ่ล, แอสตัน วิลล่า และไบรท์ตัน พวกเขาคือทีมที่จะมาเขี่ยทีมใหญ่ให้ตกจากบัลลังก์ได้เสมอในบางนัด แต่การจะรักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอตลอดฤดูกาลคือสิ่งที่แยกพวกเขาออกจากทีมระดับท็อป 4 อย่างแท้จริง ถ้าพวกเขาอยากก้าวไปอีกขั้น ต้องแก้ปัญหาเรื่องความลึกของขุมกำลังในตำแหน่งที่ต้องลงเล่นถี่ๆ ให้ได้
ส่วนทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมา มันคือโศกนาฏกรรมที่รออยู่ เพราะการเอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกยุคนี้ต้องใช้เงินมหาศาล และถึงจะใช้เงินแล้วก็ไม่ได้การันตีความอยู่รอด ระบบการตกชั้นมันโหดร้ายมาก ทีมที่เตรียมตัวไม่ดีพอจะถูกกลืนกินอย่างรวดเร็ว และต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลับมา
สุดท้ายนี้ เรื่องของตารางคะแนนมันไม่ได้ตัดสินกันที่กระดาษ แต่ตัดสินกันที่ความสม่ำเสมอและความโหดเหี้ยมทางจิตใจ ฤดูกาลนี้มันจะยาวนานและเต็มไปด้วยพลิกผัน และสิ่งเดียวที่แน่นอนคือ ไม่มีอะไรแน่นอน
ฟันธงได้เลยว่าแมนฯ ซิตี้ยังเป็นเต็งหนึ่ง แต่ถ้าอาร์เซน่อลแก้ปมทางด้านจิตใจได้เมื่อไหร่ นั่นแหละคือจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ ฤดูกาลนี้มันจะสนุกจนคุณต้องลาจอทีวีไปนั่งขอบสนามเลยล่ะ
ที่มา: ESPN FC — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 6
กำลังโหลดความคิดเห็น...