ข่าวย้ายทีม
Transfer News
แฟนบอลไล่บู้ใส่หน้า แต่ "เอนโซ่" อาจได้หนีไปอยู่กับ "มาเรสก้า" ที่เรือใบ แค่ 11 วันหลังตลาดปิด!
ปมร้อนที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ยังไม่จบ แชมป์พรีเมียร์ลีกเตรียมยื่นข้อเสนออีกครั้ง ดึงกองกลางค่าตัวสถิติสโมสรกลับไปร่วมงานนายเก่า
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้มันโคตรจะวุ่นวายเลยครับพี่น้อง ฟังทางนี้ไว้ให้ดี เพราะมันคือดราม่าร้อนๆ ที่กำลังปะทุขึ้นกลางดึกของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ หลังมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อดึงตัว เอนโซ่ เฟร์นานเดซ กองกลางค่าตัวแพงลิโว่ของเชลซี กลับไปร่วมงานกับ เอนโซ่ มาเรสก้า นายเก่าของเขาอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เจ้าตัวเพิ่งโดนแฟนบอลของตัวเองไล่บู้ใส่หน้าในเกมล่าสุดไปหมาดๆ
บอกตามตรงนะครับ ผมไม่ได้ตกใจกับข่าวนี้เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าแกะรอยดูดีๆ มันคือระเบิดเวลาที่ชนวนมันถูกจุดมาตั้งแต่ตอนที่มาเรสก้าเพิ่งย้ายจากเลสเตอร์มาคุมเรือใบใหม่ๆ แล้ว ด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างโค้ชกับลูกทีมเก่า มันเป็นสูตรสำเร็จที่เรามักเห็นในวงการฟุตบอลอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ เป๊ป กับเพื่อนเก่าที่เขาตามซื้อ หรือแม้แต่ตัวมาเรสก้าเองที่เคยดึงแข้งโปรดจากเลสเตอร์มาอยู่ใต้ร่มเงาตอนคุมเชลซี
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ข่าวนี้มันเดือดกว่าปกติคือเรื่องของ "เสียงบู้" ที่ดังขึ้นในสนามระหว่างเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล มาดริด ในเกมกระชับมิตรปรีซีซั่นเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก แฟนบอลเชลซีบางส่วนโห่ไล่กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาของตัวเอง ทั้งที่ทีมกำลังได้จังหวะดีๆ ในช่วงปรีซีซั่น มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากว่า เอนโซ่ คนนี้ไม่ได้เป็นที่รักของเดอะบริดจ์อีกต่อไปแล้ว
ย้อนกลับไปตอนที่เชลซีทุ่มเงินสถิติสโมสรราว 106.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) คว้าตัวเอนโซ่มาจากเบนฟิก้า ในตลาดเดือนมกราคม 2023 หลายคนมองว่าเขาคืออนาคตของแผงกลางสนาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฟอร์มการเล่นของเขากลับไม่คงเส้นคงวา แถมยังมีปัญหาเรื่องฟอร์มนอกสนาม อย่างกรณีเหยียดผิวที่ดังไปทั่วโลกตอนฉลองแชมป์โคปา อเมริกา ซึ่งทำเอาเขาต้องออกมาขอโทษ และโดนแบนจากทีมชาติอีกต่างหาก
ส่วนทางฝั่งแมนฯ ซิตี้ พวกเขากำลังมองหาตัวแทนระยะยาวของ เกนด็อกอัน ที่จากไป และต้องการเพิ่มมิติในแดนกลางที่ตอนนี้พึ่งพา โรดรี้ มากเกินไปจนน่าห่วง เอนโซ่ ในวัย 23 ปี ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยวิสัยทัศน์การจ่ายบอลยาวที่เฉียบขาด และความสามารถในการอ่านเกมได้ดี ซึ่งเข้ากับสไตล์ของเรือใบได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญที่สุดคือ เขาเคยเล่นภายใต้การคุมทีมของมาเรสก้า มาแล้ว และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้มาเรสก้าเชื่อใจและดึงตัวมาคุมแดนกลางตอนอยู่ที่เชลซีด้วยซ้ำ
ถามว่าผมมองเรื่องนี้ยังไง? ผมคิดว่า ถ้าเชลซีมีเซนส์ดีพอ พวกเขาควรปล่อยเอนโซ่ไปซะดีๆ เพราะเก็บนักเตะที่แฟนบอลไม่เอาไว้ในทีมมันไม่มีทางลงเอยด้วยดีแน่นอน ยิ่งตัวนักเตะเองก็ดูเหมือนจะไม่แฮปปี้กับชีวิตที่สแตมฟอร์ดบริดจ์เท่าไหร่นัก การดึงค่าตัวกลับมาใช้หนี้ที่กองอยู่เป็นภูเขาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และถ้าซิตี้ยอมจ่ายใกล้เคียงกับจำนวนที่ทุ่มไปตอนซื้อมา นี่คือดีลที่วิน-วินสำหรับทุกฝ่าย ยกเว้นแฟนบอลเชลซีที่อาจจะเสียดายอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ในโลกของฟุตบอล มันคือเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ
อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามใหญ่ๆ ที่ต้องรอคำตอบ นั่นคือ ตัวนักเตะจะยอมย้ายไปเป็นตัวเลือกสำรองในแดนกลางของซิตี้หรือไม่? เพราะถ้าไปถึงที่นั่น เขาอาจไม่ได้การันตีตำแหน่งตัวจริงเหมือนกับที่เคยเป็น แต่ถ้าเขาอยากกลับไปเล่นภายใต้การดูแลของโค้ชที่เข้าใจเขาและไว้ใจเขามากที่สุด นี่อาจเป็นโอกาสทองของชีวิตก็ได้
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา คือเรื่องของค่าตัวและโครงสร้างการจ่ายเงิน เพราะเชลซีทุ่มเงินไปกับเอนโซ่ค่อนข้างเยอะ และพวกเขาคงไม่อยากขาดทุนด้วยการขายขาดในราคาต่ำเกินไป แต่ในทางกลับกัน ถ้าซิตี้ยื่นข้อเสนอที่ฟังดูเข้าตา และเอนโซ่เองก็แสดงความจำนงชัดเจนที่จะย้ายออก มันก็ยากที่เชลซีจะรั้งตัวไว้ได้ เรื่องนี้ต้องลุ้นกันจนถึงนาทีสุดท้ายของตลาดเลยล่ะครับ
สรุปง่ายๆ คือ นี่คือดีลที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับทุกฝ่ายในเวลานี้ เชลซีได้เงินก้อนโตกลับมา, เรือใบได้ตัวเลือกที่ใช่ และเอนโซ่ได้กลับไปอยู่กับโค้ชที่เข้าใจเขา แต่ถ้าเชลซียังดื้อดึงเก็บเขาไว้ด้วยเกรงใจแฟนบอล ขอบอกเลยว่า นี่คือการตัดสินใจที่โง่เข่าที่สุดในซัมเมอร์นี้แน่นอน
ที่มา: Mirror Football — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...