รายงานผลการแข่งขัน
Match Report
เกมพลิกอีกแล้ว! หลุยส์ เอ็นริเก้ ปลื้มจิตใจนักรบเปแอสเช ตามตีเสมอทดเจ็บ 2 ลูก ถล่มลีลล์
ไม่ใช่แค่โชคช่วย แต่คือดีเอ็นเอของทีม — กุนซือเลือดสเปนชี้ชัด เกมบุกไม่หยุดคือตราสินค้าของเรา
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
บอกตามตรงนะ ผมดูบอลมานาน น้อยครั้งนักที่ทีมระดับแชมป์ลีกจะเอาตัวรอดแบบ "เดิมพันด้วยหัวใจ" ได้ขนาดนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของหลุยส์ เอ็นริเก้ ทำแบบนี้อีกแล้ว — ตามหลังลีลล์ไปก่อน 0-2 เกือบทั้งครึ่งหลัง แต่ดันยิงคืน 2 ลูกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบด้วยสกอร์ 2-2 แบบสุดมันส์
ฟังเผินๆ มันคือ "การไม่ยอมแพ้" แต่ถ้าดูให้ลึกกว่านั้น มันคือลายเซ็นของทีมชุดนี้จริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เปแอสเชพลิกสถานการณ์ในช่วงท้ายเกมได้แบบน่าตกใจ ถ้าจำกันได้ ฤดูกาลนี้พวกเขาทำแบบนี้มาแล้วหลายหน จนเอ็นริเก้ต้องออกมาพูดเองว่า "นี่คือเอกลักษณ์ของเรา"
เกมนี้เปแอสเชเล่นพลาดเองจริงๆ เสียสมาธิให้ลีลล์ยิงนำ 2 ลูก ซึ่งถ้าเป็นทีมทั่วไปคงเก็บกระเป๋ากลับบ้านพร้อม 3 แต้มที่หลุดมือไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับทีมของเอ็นริเก้ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (90+นาที) พวกเขาระดมกันบุกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา กดดันจนลีลล์ตั้งรับไม่ไหว และยิงแทรกเข้าไป 2 ประตูรวด เปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้กลายเป็นแบ่งแต้มได้อย่างเหลือเชื่อ
ประเด็นสำคัญคือ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอีกต่อไปแล้ว การตามตีเสมอแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันคือผลผลิตของแทคติกที่เอ็นริเก้ปั้นทีมให้ "บุกไม่หยุด" ต่อให้สกอร์ตามหลัง ก็ไม่เปลี่ยนแผน ไม่ถอยลงไปตั้งรับ แต่เพิ่มความดุดันขึ้นไปอีก — ซึ่งมันทั้งเสี่ยงและทั้งกล้าหาญในเวลาเดียวกัน
แต้มนี้สำคัญมากสำหรับการลุ้นแชมป์ลีกเอิง การไม่แพ้ในเกมที่เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานคือคุณสมบัติของแชมป์ตัวจริง มันช่วยรักษาโมเมนตัมและความมั่นใจของนักเตะไว้ได้ แม้ตารางคะแนนจะไม่ได้ขยับหนีห่าง แต่ในแง่จิตวิทยา การตีเสมอแบบนี้มันทำลายขวัญคู่แข่งโดยตรงเลยล่ะ — ทีมอื่นจะรู้สึกว่าต่อให้เอาชนะเปแอสเชได้ 90 นาที ก็ยังเอาอยู่ไม่ได้จนกว่าจะหมดเวลาจริงๆ
ส่วนตัวผมมองว่า เกมนี้มันสะท้อนทั้งด้านดีและด้านที่ต้องระวัง ด้านดีคือหัวใจไม่เคยยอมแพ้ แต่อีกด้านหนึ่งคือ ทำไมต้องปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วย? การตามหลัง 2 ลูกแล้วไล่ตีเสมอได้มันเท่ แต่ถ้าเจอทีมที่แข็งแกร่งกว่าในแชมเปี้ยนส์ลีก การไล่ตีเสมอแบบนี้อาจไม่ทันการณ์ก็ได้
อย่างไรก็ตาม ในฐานะคอลัมนิสต์ ผมต้องยกเครดิตให้เอ็นริเก้จริงๆ เขาสร้างทีมที่มี "ตัวตน" ชัดเจนมาก ทีมนี้รู้ว่าตัวเองเป็นใคร เล่นแบบไหน และไม่ว่าจะเจอสถานการณ์อะไร พวกเขาจะไม่ทิ้งสไตล์ของตัวเอง — ซึ่งหายากมากในวงการลูกหนังยุคนี้ที่หลายทีมเปลี่ยนแผนไปมาตามคู่ต่อสู้
จุดแข็งที่เห็นชัด
ความมุ่งมั่นและสภาพร่างกายที่พร้อมสู้จนวินาทีสุดท้าย — นักเตะเปแอสเชวิ่งไม่หยุด แม้เวลาจะเหลือน้อยนิด
จุดที่ต้องแก้
เกมรับที่เสียสมาธิง่ายในช่วงกลางเกม — ถ้าเจอทีมระดับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่จบสกอร์เฉียบคมกว่านี้ โอกาสตีเสมออาจไม่เกิดขึ้น
ฟันธงได้เลยว่า เปแอสเชชุดนี้คือทีมที่ "อันตรายที่สุด" ในลีกเมื่อเกมใกล้จบ เพราะพวกเขาไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ถ้าอยากก้าวไปอีกขั้นในยุโรป เอ็นริเก้ต้องแก้ปัญหาเกมรับที่ปล่อยให้เสียประตูง่ายๆ ก่อน — ไม่งั้นวันไหนเจอคู่ปรับที่บิ๊กแมตช์จริงๆ พลาดทีเดียวอาจจบเลยทั้งฤดูกาล
ที่มา: ESPN FC — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...