ข่าวย้ายทีม
TRANSFER NEWS
ร็อบโซนชี้ชัด! แมนยูทำพลาดครั้งใหญ่ ไม่ฟังคำเตือนโซลชา ปล่อยเงิน 100 ล้านปอนด์ทิ้งเปล่า
ตำนานปีศาจแดงตั้งคำถามถึงขุมกำลังที่คาร์ริคสร้างไว้ รับมือฤดูกาลโหดทั้งลีกและยุโรปไหวจริงหรือ?
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
บรায়อัน ร็อบโซน ตำนานกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงตั้งคำถามใหญ่ที่แฟนบอลปีศาจแดงหลายคนอยากรู้แต่ไม่กล้าพูดออกมา นั่นคือทีมชุดนี้ของไมเคิล คาร์ริก มัน "บาง" เกินไปหรือเปล่าสำหรับการลุยศึกสองแนวรบที่โหดหินที่สุดในยุโรป?
อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่าผมกำลังดราม่า หรือจ้องจะจับผิดอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ที่ร็อบโซนพูดออกมามันคือเสียงสะท้อนจากคนที่เห็นอะไรในสนามมานับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่ได้บอกว่าแมนยูอ่อนแอ แต่เขากำลังบอกว่า "ความลึกของขุมกำลัง" คือระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ — ใครก็ตามที่ดูแมนยูยุคโซลชา จะจำได้ดีว่าอดีตกุนซือชาวนอร์เวย์คนนี้พูดแทบทุกสื่อว่า ทีมจำเป็นต้องเสริมตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าและปีกอีกอย่างน้อยสองรายการ เพื่อแบ่งเบาภาระของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และมาร์คัส แรชฟอร์ด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดซื้อขายคืออะไร? แมนยูทุ่มเงินเกือบ 100 ล้านปอนด์ไปกับนักเตะอย่างแอนโทนี่ และอีกหลายดีลที่ดูแล้วยังไม่สามารถการันตีอะไรได้ แถมสตาฟฟ์โค้ชก็เปลี่ยนมือกันวุ่นวาย จนสุดท้ายโซลชาก็ต้องจบตำนานตัวเองลงด้วยฝีมือของทีมที่เขาเคยเตือนไว้
คำถามของร็อบโซนจึงไม่ได้จบแค่ "แมนยูจะไหวไหม" แต่มันคือการชี้ให้เห็นว่าปัญหาเดิมๆ ที่ถูกเมินมาตลอด กำลังจะกลับมากัดกินทีมอีกครั้งในฤดูกาลนี้
ร็อบโซนให้สัมภาษณ์กับสื่อ ถึงความกังวลเรื่องตารางแข่งขันที่แน่นเอี๊ยดของแมนยูในฤดูกาลนี้ ทั้งพรีเมียร์ลีกที่โหดอยู่แล้ว ยังต้องบวกกับเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่ไม่มีคำว่า "พัก" ให้หายใจ มันคือบททดสอบที่แท้จริงของขุมกำลังที่มีอยู่
เขาพูดตรงๆ ว่าเขาอยากเห็นว่าเด็กๆ ของคาร์ริกจะรับมือกับโปรแกรมสุดหฤโหดนี้ได้มากแค่ไหน เพราะถ้าดูจากองค์ประกอบทีมตอนนี้ มันชัดเจนว่ายังมีช่องโหว่ให้คู่แข่งจ้องโจมตีได้เสมอ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผลแพ้ชนะในแมตช์เดียว แต่คือภาพใหญ่ของทั้งฤดูกาล ถ้าแกนหลักอย่างบรูโน่ แฟร์นันด์ส หรือคาเซมิโร่ โดนใบแดงหรือบาดเจ็บยาวขึ้นมาเมื่อไหร่ แมนยูจะเหลือใครเป็นตัวเลือกทดแทน? คำตอบที่ได้มันทำให้แฟนบอลรู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด
มองในมุมของคาร์ริก เขาตกที่นั่งลำบาก เพราะทีมที่เขาได้รับมอบหมายมา ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นตามแทคติกของเขา แต่เป็นทีมที่ถูกประกอบขึ้นมาอย่างรีบเร่งและขาดเอกภาพ การจะแก้เกมเฉพาะหน้าก็ทำได้เพียงเท่าที่วัตถุดิบมีอยู่
ที่สำคัญไปกว่านั้น คือเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" ในห้องressing เมื่อนักเตะตัวสำรองมีคุณภาพไม่ถึงระดับตัวจริง มันจะสร้างความกดดันให้แกนหลักโดยอัตโนมัติ ใครๆ ก็รู้ว่าเกมมันไม่ได้จบแค่ 11 คนแรก มันจบที่ 25 คนที่พร้อมจะสับเปลี่ยนกันลงไปเปลี่ยนเกมได้
ถ้าคาร์ริกยังฝืนใช้แผนเดิมซ้ำๆ โดยไม่กล้าปรับหมาก หรือไม่ได้รับงบประมาณมาซ่อมจุดรั่วในเดือนมกราคม ผมกล้าฟันธงเลยว่าแมนยูจะไปได้ไม่ถึงฝั่งฝันในปีนี้ ทั้งในลีกและถ้วยยุโรป
สุดท้ายแล้ว คำเตือนของโซลชามันไม่ใช่แค่เสียงบ่นของโค้ชที่กำลังจะตกงาน แต่มันคือบทเรียนราคาแพงที่แมนยูกำลังจ่ายอยู่ตอนนี้ ถ้ายังไม่รีบแก้ให้ตรงจุด ฤดูกาลนี้จะจบลงด้วยความผิดหวังอีกครั้งแน่นอน — และครั้งนี้จะไม่มีข้ออ้างใดๆ มาแก้ตัวได้อีก
ที่มา: Football365 — อ่านต้นฉบับ

ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...