วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
ผีแดงพร้อมยัง? เปิดซากปรักหักพังก่อนเปิดซีซั่น แพ้ม้าลาย 4-2 แต่มีแสงที่ปลายอุโมงค์
พรีซีซั่นจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่คำถามคือมันคือสัญญาณเตือน หรือแค่การซ้อมใหญ่ที่ยังไม่จบ?
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 5 นาที
เอาละ ซีซั่นใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และแมนฯ ยูไนเต็ดก็ปิดฉากปรีซีซั่นด้วยการแพ้เอซี มิลาน 4-2 ในเกมอุ่นเครื่องที่สนามดาราสนามหนึ่ง หลายคนอาจจะจับแต่ข่าวแย่ๆ ว่ายังดื้อแพ้ แต่ถ้าดูให้ลึกกว่านั้น มันมีอะไรให้พูดถึงเยอะกว่าผลการแข่งขันชัดๆ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เกมนี้มันคือเกมอุ่นเครื่อง มันไม่ใช่เกมจริงที่ต้องเอาชีวิตไปแลก สกอร์ 4-2 มันดูน่ากลัว แต่ถ้าไปแกะไส้ในเกมดู มันมีทั้งเรื่องดีและเรื่องที่ยังต้องกังวลปะปนกันไป ผมจะเล่าให้ฟังแบบไม่กรอง ไม่ต้องกลัวว่าใครจะโกรธ เพราะนี่คือสิ่งที่เห็นจริงๆ
ประเด็นที่คนพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของแนวรุกที่ดูจะเข้าขากันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ดูมีชีวิตชีวาและกระหายเกมอีกครั้ง หลังผ่านซีซั่นที่แล้วที่เหมือนคนละคนกับที่เคยรู้จัก การได้เล่นร่วมกับเพื่อนใหม่ในตำแหน่งที่ถนัดอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขากลับมาเป็นปีศาจอีกครั้ง
แต่อีกด้านหนึ่งที่ต้องจับตามองไม่แพ้กันคือเรื่องของเกมรับที่ยังดูไม่นิ่ง แม้จะได้ผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง อ็องเดร โอนานา ที่เซฟสวยๆ ให้เห็นเป็นระยะ แต่แนวรับโดยรวมยังมีช่องว่างให้คู่ต่อสู้เจาะได้ง่ายไปหน่อย โดยเฉพาะตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ใครก็ตามที่มาเล่นตำแหน่งนี้ยังไม่สามารถยึดตัวจริงได้แบบขาดใจ
ต้องยอมรับว่า การพรีซีซั่นของทีมนี้ไม่ได้ราบรื่นนัก ทั้งเรื่องนักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาต้องใช้เวลาปรับตัว และอาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักบางรายที่ยังไม่หายขาด ทำให้ทีมยังไม่สามารถลงสนามด้วยชุดที่ดีที่สุดได้ 100%
นักเตะใหม่อย่าง โจชัว เซิร์กซี ที่ย้ายมาจากโบโลญญ่า ดูจะปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอสมควร เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการถือบอลและเชื่อมเกมได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมขาดมานาน แต่เขาก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในเกมจริงที่ดุเดือดกว่านี้
แล้วแบบนี้ซีซั่นใหม่ของผีแดงจะเป็นยังไง? บอกได้เลยว่ายังเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะฟอร์มในปรีซีซั่นมันไม่ได้การันตีอะไรเลย แต่มันก็เป็นสัญญาณได้ว่าทีมกำลังไปในทิศทางไหน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเกมรุกดูมีมิติมากขึ้น มีทางเลือกในการทำประตูมากขึ้น แต่เกมรับที่ยังโหว่ๆ คงต้องรีบแก้ เพราะถ้าเจอทีมใหญ่ในลีกที่จัดหนักกว่านี้ อาจจะไม่ใช่แค่เสีย 4 ประตู
สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องความสม่ำเสมอของทีม เพราะซีซั่นที่แล้วทีมนี้เล่นดีได้เกมเดียว แล้วหายไปสามเกม ความสม่ำเสมอคือสิ่งที่การันตีการเป็นทีมใหญ่ และมันคือสิ่งที่โค้ชอย่าง เอริค เทน ฮาก ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ถ้าทำได้ ท็อปโฟร์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ถ้ายังเป็นแบบเดิม ก็เตรียมตัวลุ้นแค่ถ้วยรองอีกซีซั่น
การแพ้เกมสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลมันไม่ใช่เรื่องดีต่อขวัญกำลังใจเท่าไหร่ แต่ถ้ามองในแง่ดี มันคือการได้เห็นปัญหาก่อนที่แต้มจะสำคัญ มันคือการได้ทดลองอะไรหลายๆ อย่าง และได้รู้ว่าอะไรใช้ได้อะไรใช้ไม่ได้ ซึ่งมันมีค่ามากกว่าชัยชนะในเกมอุ่นเครื่องที่ไม่มีใครจำได้
อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องจับตาคือเรื่องของฟอร์มการเล่นของ แรชฟอร์ด กับ เซิร์กซี ที่ดูจะเริ่มเข้าใจกันแล้ว เกมที่แพ้ม้าลายมีหลายจังหวะที่สองคนนี้เล่นสลับตำแหน่งกันได้อย่างน่ากลัว ถ้าสองคนนี้เข้าขากันได้เต็มร้อย เกมรุกของผีแดงจะน่ากลัวมากแน่นอน
สุดท้ายแล้ว ปรีซีซั่นมันก็แค่ปรีซีซั่น แต่มันคือกระจกสะท้อนให้เห็นว่าทีมยังมีอะไรที่ต้องแก้ เกมรุกเริ่มเข้าที่แล้ว แต่เกมรับยังน่าห่วง และถ้ายังไม่รีบแก้ตำแหน่งแบ็กซ้าย ฤดูกาลนี้ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ต้องกัดฟันลุ้นไปจนถึงนัดสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ดจะพร้อมจริงหรือไม่? คำตอบคือยังไม่พร้อม แต่ก็ไม่ได้แย่จนน่าตกใจ แค่ต้องปรับอีกนิดเดียวเท่านั้นเอง
ที่มา: Sky Sports Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...