วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
แชริตี้ ชิลด์ คือคำสาปหรือพร? เมื่อถ้วยใบเล็กอาจเป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จ หรือแค่ภาพลวงตาของแชมป์
แค่เกมปรีซีซั่นนัดเดียว แต่ทำไมทุกทีมถึงอยากได้ถ้วยใบนี้เหลือเกิน? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ถ้วย แต่อยู่ที่ผลกระทบทางจิตใจที่ตามมา
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เอ้าประเด็นนี้มันคลาสสิกมาก ทุกปีพอถึงช่วงต้นซีซั่นทีมไหนได้แชริตี้ ชิลด์ ก็จะมีเสียงชื่นชมยินดี แต่ก็มีอีกเสียงที่ชอบมาพูดแหย่ๆ ว่า "ได้ถ้วยนี้ไปแล้วจะซวย" เพราะสถิติบางอย่างมันบอกว่า ทีมที่ได้ถ้วยนี้ไปมักจะไม่ได้แชมป์ลีก น่าสนใจใช่ไหมล่ะ? วันนี้เราจะมาขุดคุ้ยกันว่า ถ้วยใบเล็กๆ นี้ มันมีผลต่อซีซั่นของทีมจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเปิดฤดูกาลที่สวยงามเท่านั้น
ก่อนอื่นต้องเล่าย้อนให้ฟังหน่อย เกมนี้มันคือการโคจรมาพบกันระหว่างแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซน่อล กับแชมป์เอฟเอ คัพ อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์เปิดซีซั่นที่แท้ทรู ไม่ใช่การอุ่นเครื่องพบทีมเล็กทีมน้อยให้หายคิดถึง แต่เป็นการวัดกำลังใจและความพร้อมของสองทีมใหญ่ที่หมายตาถ้วยใบใหญ่ในฤดูกาลนี้เอาไว้แล้ว
ผมมองว่าคำถามนี้มันไม่ได้ต้องการคำตอบว่า "สำคัญ" หรือ "ไม่สำคัญ" แบบขาวดำ เพราะมันมีมิติที่ลึกกว่านั้นมาก มันคือการทดสอบสภาพจิตใจและความเชื่อมั่นของทีมต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น แมนฯ ซิตี้ ที่ผ่านมาพวกเขาชนะถ้วยนี้ได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเทรเบิ้ลแชมป์ในปีนั้นจะเกิดขึ้นตามมาเสมอไป แต่มันคือการส่งสัญญาณว่าฟอร์มของทีมมาแน่นอน และนักเตะทุกคนพร้อมลุยแล้ว
แล้วทีมที่แพ้ล่ะ?
การแพ้ในนัดนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับทีมใหญ่อย่างซิตี้ เพราะพวกเขามีขุมกำลังและแท็คติกที่แน่นหนาพอจะลืมมันได้ แต่สำหรับทีมที่กำลังสร้างความเชื่อมั่นอย่างอาร์เซน่อล การแพ้ในนัดนี้อาจเป็นปมในใจที่คอยกัดกร่อนความมั่นใจไปตลอดทั้งซีซั่นได้เลยนะ
พูดถึงสถิติกันหน่อย หลายคนอาจจำได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทีมที่ได้แชริตี้ ชิลด์ มักจะทำผลงานในลีกได้ไม่ดีเท่าที่ควร จนกลายเป็นที่มาของคำพูดติดปากว่า "คำสาปแชริตี้ ชิลด์" ผมว่ามันเป็นเรื่องของความคาดหวังและสมาธิมากกว่า เพราะพอได้ถ้วยแรกมาแล้ว นักเตะอาจรู้สึกพอใจและลดความกระหายลงเล็กน้อย ในขณะที่ทีมที่แพ้จะรู้สึกแค้นใจและเก็บไปฝึกซ้อมหนักขึ้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ในมุมของผม มองว่ามันคือ "บททดสอบ" มากกว่า "คำสาป" มันเป็นโอกาสที่ทีมจะได้ลองของจริง เจอคู่แข่งระดับท็อปของประเทศก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งมันมีค่ามหาศาลต่อการปรับจูนทีม เพราะถ้าคุณชนะได้ ก็แปลว่าแผนที่ซ้อมมาทั้งเดือนมันเวิร์ก แต่ถ้าแพ้ ก็ได้รู้จุดบกพร่องก่อนที่คะแนนจริงจะหายไป ซึ่งดีกว่ามาแพ้เอาในช่วง 5 นัดแรกของลีกแน่นอน
สำหรับอาร์เซน่อลในปีนี้ ผมว่าพวกเขาต้องการถ้วยนี้มากเป็นพิเศษ เพราะมันคือการพิสูจน์ว่าซีซั่นที่ผ่านมาที่ท็อปฟอร์มนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และการได้แชมป์แรกก่อนใครจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักเตะดาวรุ่งในทีมได้เป็นอย่างดี ในทางกลับกัน ถ้าพวกเขาแพ้ให้ซิตี้อีกครั้ง มันอาจสร้างปมด้อยในใจว่า "เราสู้ทีมนี้ไม่ได้จริงๆ" ซึ่งอันตรายมาก
สรุปแบบฟันธงจากผมเลยละกัน แชริตี้ ชิลด์ ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดชะตากรรมของทีมในซีซั่นนั้นๆ แต่มันคือ "กระจกสะท้อน" สภาพทีมที่ดีที่สุดในเวลานี้ ทีมที่ชนะไม่ได้แปลว่าจะได้แชมป์เสมอไป แต่ทีมที่แพ้แล้วเก็บไปคิดมากต่างหากที่จะเจ็บตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาสมาธิและความสม่ำเสมอ เพราะเส้นทางสู่แชมป์พรีเมียร์ลีกมันยาวไกลกว่า 90 นาทีในวันอาทิตย์นี้มากนัก
ที่มา: BBC Sport Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 3
กำลังโหลดความคิดเห็น...